สงกรานต์เทศกาลแห่งการละเมิดสิทธิ?

ภาพจาก Takeaway – Wikipedia

“อุดุมสุข มีแก๊งมอร์เตอร์ไซต์ มารวมตัวกันปิดถนนเพื่อแข่งรถตำรวจช่วยมาดูหน่อยค่ะ” …”พระราม 2 วัยรุ่นรวมตัวเล่นน้ำขี่มอร์เตอร์ไซต์ ทำให้การจราจรติดขัด”….”ถนนอ่อนนุช มอร์เตอร์ไซต์วิ่งเร็วบิดท่อกันสนั่นมาก”….”ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เด็กแว้นเยอะมากๆ”

1.

ข้อความด้านบนนี้เป็นเพียงเสี้ยวเดียวของผู้ที่เดือดร้อนผ่านทาง ทวิตเตอร์ ของ จส.100 จากเทศกาลสงกรานต์ ที่ถูกเรียกว่าเป็นประเพณีที่สืบสานมาแต่โบราณ และ ถือเป็นการเถลิงศกใหม่ตามปฎิทินไทยอย่างเป็นทางการ จากอดีตที่วันสงกรานต์นั้นมีวันหยุดเพียงวันเดียวคือ 13 เมษายน

จนกระทั่งสมัยรัฐบาลของ พล.อ ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีประมาณปี 2530 วันสงกรานต์​ถูกประกาศให้มีวันหยุดเพิ่มอีกสองวันคือ 14 และ 15 เมษายน ให้เป็นวันผู้สูงอายุ และ วันครอบครัว รวมกันเข้าไป 

และด้วยวันหยุดยาวขนาดสามวัน ทำให้วันสงกรานต์ ที่เคยหยุดเพียงแค่วันเดียวกลายเป็นช่วงเทศกาลขึ้นมาทันที ประชาชนเดินทางกลับบ้านเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล พร้อมกับสถิติรถติด รถโดยสารไม่พอ สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมไปถึง ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะเมาไม่ขับก็เพิ่มขึ้นทุกปี ไม่มีปีไหนที่สามารถลดจำนวนได้เลย 

2.

เหนืออื่นใด สงกรานต์​กลายเป็นเทศกาลที่ต่างชาติให้ความสนใจและเดินทางมาเที่ยวในเมืองไทยช่วงเวลานี้มากขึ้นโดยมีความเข้าใจเบื้องต้นว่า นี่คือเทศกาลขึ้นปีใหม่และเป็นการสาดน้ำใส่กันด้วยความสนุกสนาน ซึ่งก็มีความเข้าใจที่ถูกต้องเพียงบางส่วน และ เป็นส่วนที่ทำให้มีเศรษฐกิจในช่วงสงกรานต์ นั้นคึกคักอย่างยิ่ง 

ขณะเดียวกันพัฒนาการของวัยรุ่นตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อนที่ วงการแว้น สก๊อย ยังไม่เรืองรอง การยกถังขึ้นรถกระบะแล้วสาดน้ำกัน คือ เทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ถนนหลายสายในช่วงสงกรานต์ การจราจรติดขัด เพราะ รถกระบะบรรทุกน้ำและคนเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน แม้จะมีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากเทศกาลดังกล่าวแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้มากนัก เพราะคนเล่นน้ำสงกรานต์ยินดีรับความเสี่ยง ด้วยเสียงร้องที่ว่า “ช่วงเทศกาลจะอะไรหนักหนา” 

วันปีผ่านไปสงกรานต์ ก็เดินทางมาถึงจุดที่ เป็นสามวันที่ไร้การควบคุมโดยกฎหมาย วัยรุ่นสามารถรวมกลุ่มกันปิดถนนเพื่อแข่งมอร์เตอร์ไซต์ เล่นน้ำกันกลางถนนอย่างสนุกสนาน หรือแม้กระทั่งตั้งวงดื่มสุรา กันริมถนนเพื่อเล่นน้ำโดยไม่สนใจว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ 

และเลยไปถึงเหตุอนาจารที่เกิดขึ้นในสงกรานต์ ที่หลายคนไม่น่าจะลืมได้ง่ายๆ อย่างชายหนุ่มที่เล่นน้ำสงกรานต์ แล้วถอดกางเกงโชว์อวัยวะเพศ หรือ เด็กสาวที่เล่นน้ำสงกรานต์แล้วถอดเสื้อโชว์ช่วงบน หรือแม้แต่ในคูเมือง สถานที่เล่นสงกรานต์เชียงใหม่ก็เคยมีคู่รักไปพรอดรักกันในน้ำระหว่างเล่นน้ำสงกรานต์มาแล้ว 

3.

เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นทุกปี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามควบคุม ก็เกินกำลัง จนทำให้เกิดความคิดแบบคึกคะนองว่า “ช่วงสงกรานต์ไม่มีใครกล้าจับหรือทำอะไรเรา เพราะเป็นเทศกาลเราต้องสนุกกันให้สุด” 

ในช่วง 10 ปีนี้มีการตั้งคำถามหลายครั้งจากคนที่เห็นว่าเทศกาลสงกรานต์ เริ่มกลายเป็นเทศกาลที่ทำให้หลายคนถูกละเมิดสิทธิ จากการเล่นสนุกจนเกิดพอดี หรือ การกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และไม่นับรวม บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนักในช่วงเวลานี้เพราะความประมาทของคนที่ ชอบสนุกจนเกินพอดี 

น่าจะถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานราชการ ไปจนถึงชุมชนจะสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ ที่หมายถึงการขึ้นปีใหม่ไทย กลับบ้านเพื่อไปอยู่กับครอบครัว รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่บ้าน และ ที่ให้ความเคารพ การเล่นน้ำของหนุ่มสาวที่เล่นกันพอประมาณในพื้นที่ที่ถูกจัดเอาไว้ มิเช่นนั้นแล้ว สงกรานต์ อาจเป็นเทศกาลที่แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมของสังคมได้อย่างชัดเจนที่สุดก็ได้