ภัยจากห้องแอร์ และอันตรายจากการไม่ล้างแอร์

พยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายว่าในเดือนเมษายน 2562 นี้ ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป กับจะมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยอุณหภูมิสูงที่สุดอาจสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส จึงเชื่อว่าในช่วงหน้าร้อนนี้ หลายคนอาจมีความจำเป็นที่ต้องเปิดแอร์เพื่อคลายความร้อน ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แต่ทั้งนี้ภายในแอร์นั้นก็มีความชื้นเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโต และส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

โรคควรระวังจากการอยู่ในห้องแอร์ และอันตรายจากการไม่ล้างแอร์

โรคลีเจียนแนร์ –เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลา โดยการสูดหายใจเอาเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในละอองฝอยน้ำเข้าสู่ร่างกาย ส่วนอาการคือจะมีไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น ลักษณะโรคลีเจียนแนร์จะเป็นชนิดแบบรุนแรง จึงมีภาวะปอดอักเสบด้วย ทำให้การหายใจล้มเหลวและมีอัตราการเสียชีวิตสูง

โรคไข้ปอนเตียก –สำหรับโรคไข้ปอนเตียก ก็เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลาเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับโรคลีเจียนแนร์ เพราะโรคไข้ปอนเตียกมักจะหายเองภายใน 2-5 วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษา ส่วนลักษณะอาการจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่

โรคระบบทางเดินหายใจ – ห้องแอร์จะปิดประตูหน้าต่างสนิท ทำให้เชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้ดี และหากอยู่ในห้องแอร์ที่เปิดอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา อากาศภายในห้องก็จะแห้งทำให้เซลล์ต่างๆ อย่างเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกแห้งลงกว่าเดิมด้วย ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้องแอร์นานๆ จึงอาจจะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ เช่น หวัด ภูมิแพ้ เป็นต้น

คำแนะนำจากกรมอนามัย ควรล้างทำความสะอาดแอร์เมื่อไหร่?

แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้ง หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดและใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6  ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน

แอร์ในห้องพัก ควรทำความสะอาดถาดรองทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะและเมื่อเปิดแอร์ ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์ มีกลิ่นเหม็นกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่นในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดเต็มระบบ ซึ่งการล้างแอร์เต็มระบบควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากใช้เป็นประจำควรล้างอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง เพราะนอกจากลดเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

ทั้งนี้ไม่ใช่แค่แอร์แบบระบบรวมและแอร์ในห้องพักเท่านั้นที่จะมีเชื้อโรค เพราะแอร์ในรถยนต์ก็เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของฝุ่นละออง เป็นที่อยู่ของเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นเพื่อสุขภาพอนามัยจึงควรล้างตู้แอร์รถยนต์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งด้วยนั่นเอง