ประเมินบรรยากาศเลือกตั้ง และความตื่นตัวทางการเมืองของผู้มีสิทธิ์

และแล้วเราก็เดินทางผ่านวันเวลากระทั่งถึงกำหนด วันเลือกตั้งของประเทศ 24 มีนาคม 2562 หลังทิ้งช่วงห่างไปถึง 8 ปี ส่งผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใจจดใจจ่อและมาความสนอกสนใจกันอย่างมากสำหรับครั้งนี้ จากที่เห็นตามฟีดโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเปิดไปที่ไหนจำต้องมีคอมเทนต์เกี่ยวกับเลือกตั้งเข้าตาอยู่เสมอ

จากสถิติต่าง ๆ ที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ระยะเวลาของการเปิดคูหาเลือกตั้งนานที่สุด 8.00 – 17.00 น. ต่างจากครั้งอื่น ๆ ที่จะสิ้นสุดแค่ 15.00 น.
  • มีบัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่กาบัตรใบเดียว แบบกา 1 ได้ถึง 3
  • มีพรรคการเมืองเยอะที่สุด โดยมีรายชื่อในสารระบบถึง 106 พรรค และมีสิทธิ์ส่งผู้สมัครลงผู้แทนได้ 80 พรรค
  • มีผู้สมัคร ส.ส. เยอะที่สุด อันเนื่องมาจาก รายชื่อของ ส.ส. ที่ไม่ว่าจะสอบตกหรือไม่ก็มีความหมายต่อระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมนี้

โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้นจำนวน 51.4 ล้านคน และประกอบด้วย “นิว โหวตเตอร์” หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกถึง 7.3 ล้านคน ซึ่งหากพูดถึงคนรุ่นใหม่กับการเมืองในยุคนี้ สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า การตื่นตัวทางการเมืองของวัยรุ่นไทยนั้นอยู่ในบรรยากาศที่เรียกได้ว่าคึกคัก ดังที่ได้กล่าวไปตอนต้น ที่ สเตตัสทั่วไปตามโซเชียลมีเดียถูกแทนที่ด้วยเรื่อง “การแสดงออกทางการเมือง” ทั้ง การมองเรื่องนโยบายของพรรค มองวิสัยทัศน์ของนักการเมือง

บรรยากาศการเลือกตั้ง

จากการสังเกตสังคมในบรรยากาศช่วงเลือกตั้งและจากประสบการณ์ตรงในการเข้าคูหากาบัตรด้วยตัวเองในวันเลือกตั้งล่วงหน้า เห็นได้ชัดว่าจากสถิติผู้ใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2.6 ล้านคน สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีต่อใจให้กับสังคมได้ ซึ่งจากภาพในสายตาที่มองเห็นผู้คนต่างหลั่งไหลกันออกมาใช้สิทธิในแต่ละเขตที่ตนลงทะเบียน ซึ่งถึงแม้อากาศจะร้อนและผู้คนแออัดมากแค่ไหน ก็ไม่ทำให้กำลังใจของผู้รอใช้สิทธิลดทอนลงได้เลย แต่ยังเพิ่มกำลังใจให้กันและกันได้อีกด้วย คล้ายว่ารู้กันว่า แม้ว่าร้อนและอยากจะกลับบ้านจนอยากสละสิทธิ แต่พอนึกสภาพการเมืองและอนาคตของประเทศแล้ว ยังไงก็ไม่ถอย

โซเชียลมีเดียท่ามกลางช่วงเลือกตั้ง

คงเป็นเพราะปัจจุบันโลกโซเชียลมีเดียวกลายมาเป็นปัจจัยที่สำคัญของผู้คน ที่กลายเป็นว่าใครไม่ใช้ก็จะตามโลกไม่ทัน ซึ่งหากกล่าวถึงบรรยากาศของการเลือกตั้งในโซเชียลจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า เรื่องของการเลือกตั้ง ผู้ลงสมัคร พรรคการเมือง เป็นที่ถูกกล่างถึงบ่อยที่สุด จากแฮชแท็กในทวิตเตอร์ที่มีเกี่ยวกับการเมืองติดเทรนด์อยู่เสมอ ได้เห็นการแสดงความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เหตุผลในการวิเคราะห์เรื่องราว ที่สำคัญ บทบาทที่เห็นได้ชัดของโซเชียลคือ การถูกใช้เป็นเครื่องมือจับผิดความไม่โปร่งใสและความไม่ปกติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ใช้สิทธินั้นมีความถูกต้องนำพา และตื่นตัวกับความไม่โปร่งใสอยู่ตลอด จากการแชร์เรื่องราวต่าง ๆ

หลัง 17.00 น. วันนี้ซึ่งเป็นเวลาปิดคูหา ก็จะเป็นช่วงเวลาของการลุ้นการนับคะแนน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนต้องเฝ้าหน้าจอติดตามผลกันแน่นอน แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดก็คือการที่ผู้มีสิทธิทุกคนใช้สิทธิ์ที่ตัวเองพึงมี ไปเลือกตั้งกำหนดอนาคตประเทศของเรา