LOSERS – เรื่องเล่าของคนแพ้

โลกเรามีประโยคคำพูดหนึ่ง เปรียบดั่งวลีอมตะที่ทุกคนมักนำมาใช้เพื่อปลุกใจตัวเอง ไม่ว่าจะวงการอาชีพใดก็ตามว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

บรรดาคนที่ประสบความสำเร็จในสายงานของตัวเอง กว่าจะถึงวันที่ได้ลิ้มรสชัยชนะ ก็ต้องล้มลุกคลุกคลาน บาดเจ็บจากการเดินทางสู่ฝันมามากทีเดียว และเมื่อพวกเขาทำสำเร็จ คนทั่วโลกก็พร้อมที่จะยืนปรบมือ สดุดี และยกย่องให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

กระนั้นเอง ก็มีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะทุ่มเททำงานหนักเพียงใด ก็ไม่เคยเดินไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้ สุดท้ายก็เป็นได้แค่พระรองตลอดกาล หรือ “ผู้แพ้” ที่ล้มเลิกสิ่งที่ตัวเองทำไปโดยไม่มีใครจดจำ

LOSERS จาก NETFLIX จะพาคุณผู้ชมไปพบกับ 8 เรื่องราวของ “ผู้แพ้” เหล่านั้น

LOSERS คือสารคดี 8 ตอนที่เล่าเรื่องราวของ 7 นักกีฬา และ 1 ทีมฟุตบอลจากอังกฤษ ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงน่าสนใจคือคนเหล่านี้สะกดคำว่าแพ้จนแทบฝังอยู่ในเส้นเลือด อาทิ ไมเคิล เบนท์ นักมวยผู้ถูกบังคับให้ชกมวย, เซอร์ยา โบนาลี นักสเก็ตลีลาผิวสีผู้ไม่เคยประสบความสำเร็จในสายงานของตัวเอง, แพท ไรอัน นักกีฬาเคอร์ลิ่งผู้ล้มเหลว, เมาโร โปรสเปลี นักวิ่งมาราธอนผู้ดื้อด้าน, ไอลี เซอร์เคิล นักกีฬาสุนัขเลื่อนหิมะหญิงผู้หวาดกลัวการลงแข่งขันหลังถูกคนทำร้าย, แจ็ค ไรอัน ตัวแสบแห่งโลกบาสเกตบอล, ฌอง ฟาน เดอ เวลด์ นักกอล์ฟผู้จมกับฝันร้าย และ ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลที่เขาว่า “กาก” ที่สุดในอังกฤษ

อย่างที่เคยเขียนแนะนำเรื่องสารคดีจาก NETFLIX หรือเรื่องอื่นๆว่าหากตัวสารคดีมี Subject ที่ดี แต่การนำเสนอน่าเบื่อก็อาจทำให้ผู้ชมส่ายหน้า ดูไม่จบ หลับได้ทุกเมื่อ แต่กับ LOSERS นอกจากประเด็นจะน่าสนใจมากแล้ว กลวิธีการเล่าเรื่องก็สนุกทีเดียว มีทั้งการนำนักกีฬาตัวจริงทั้งหมด รวมถึงเพื่อน ภรรยา คนในครอบครัว มาเล่าเรื่องต่อหน้ากล้อง ก่อนตัดสลับด้วยภาพอนิเมชั่นที่วาดขึ้นใหม่ อธิบายเหตุการณ์ที่พวกเขาเจอระหว่างแข่งขัน เสริมอรรถรสให้สนุกน่าสนใจ (เพราะคงยากที่จะไปขุดฟุตเทจของแต่ละคนมาง่ายๆ อันด้วยเรื่องลิขสิทธิ์หรือความเก่ากึ๊กจนหาไม่เจอ)

8 ตอนของ LOSERS น่าติดตามชมทุกตอน แต่จะขอยกเรื่องที่ผู้เขียนชอบเป็นพิเศษมานำเสนอ เช่น The Miscast Champion ของ ไมเคิล เบนท์ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผู้กลายเป็นนักมวยอาชีพจากการถูกพ่อบังคับยัดเยียดให้เป็น เขาเริ่มชกอาชีพด้วยความพ่ายแพ้ แต่เพราะต้องหาเลี้ยงชีพ เขาจึงกัดฟันใช้พรสวรรค์ที่มี (ที่ไม่ค่อยอยากได้นัก) ล้มคู่ต่อสู้จนได้เข็มขัดแชมป์โลกรุ่นใหญ่มาครอบครอง แต่ก็ได้คาดเอวแค่ครั้งเดียวเพราะไฟต์ต่อมาก็แพ้น็อคแบบไม่เป็นท่า

Judgement ของ เซอร์ยา โบนาลี นักสเก็ตลีลาหญิงผิวสีจากฝรั่งเศส ผู้กวาดรางวัลระดับเยาวชนมากมาย ทว่าเมื่อยกสถานะตัวเองสู่สังเวียนระดับชาติในนามตัวแทนของฝรั่งเศส เธอไม่เคยขึ้นสู่จุดสูงสุดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรายการ โอลิมปิก, โอลิมปิกฤดูหนาว, ศึกชิงแชมป์โลก ด้วยปัจจัยต่างๆที่เข้ามาเป็นอุปสรรคเช่นมีนักแข่งที่ฝีมือดีกว่า, ความกดดันในจิตใจ, การตัดสินจากกรรมการที่มีอคติต่อนักกีฬาผิวสี ก่อนเธอตัดสินใจเลิกเล่นโดยที่ไม่เคยสัมผัสเหรียญทองสักเหรียญ

Lost in the Desert ก็เป็นอีกตอนที่ตอกย้ำสถานะ Losers ของเจ้าของเรื่องอย่าง เมาโร โปรสเปรี ได้อย่างถึงแก่น นักวิ่งมาราธอนจากอิตาลี ผู้เลื่องชื่อในการเป็นนักกีฬา แต่ล้มเหลวในการเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาลงสมัครแข่งขันวิ่งมาราธอนบนทะเลทรายซาฮาร่าสุดโหดด้วยเป้าหมายคือการเป็นผู้ชนะ (ทั้งที่ไม่เคยลงแข่งรายการนี้มาก่อน) ทว่าโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเขาเจอพายุทรายเล่นงานจนวิ่งผิดทาง และต้องพยายามต่อสู้เอาตัวรอดจากทะเลทรายนรกเพียงคนเดียว ครั้นรอดกลับมาได้ เขาก็ยังกลับไปแข่งรายการนี้อีก 6 ครั้ง แต่ก็ล้มเหลวไม่ได้รางวัลอะไรติดมือเหมือนเดิม

อีกเรื่องคือ The Jaws of Victory คนที่ชอบดูฟุตบอลน่าจะชอบเรื่องนี้ที่เล่าถึง ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลเล็กๆจากลีกดิวิชั่นต่ำสุดของอังกฤษ ทีมที่หลายคนพากันล้อเลียนว่า “ทีมกาก” เพราะลงสนามกี่ครั้งก็แพ้ทุกที แต่ก็ยังมีแฟนบอลท้องถิ่นกลุ่มใหญ่ที่ยังรักและศรัทธา สนับสนุน แต่แล้วเมื่อถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล 1987 ทอร์คีย์ ซึ่งอยู่รองบ๊วยของตาราง ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเพราะหากพวกเขาแพ้เกมส่งท้าย ทีมของพวกเขาจะถูกยุบทันที และนั่นก็ทำให้นักเตะทุกคนต้องรวมพลังกันสู้เพื่อรักษาทีมนี้เอาไว้ให้ได้ (เพิ่งจะคิดได้ตอนเกมสุดท้าย ฮา…)

ถึงหัวข้อสารคดีจะดูเศร้ารันทด แต่สุดท้ายบทสรุปที่เหมือนกันและเป็นข้อคิดที่น่าสนใจก็คือ “ความพ่ายแพ้” ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่สุดของชีวิต กลับกันมันเป็นการขีดเส้นทางชีวิตตัวเองสู่บทต่อไป หลายคนอาจล้มเหลวที่ไม่เคยได้เหรียญทองหรือเป็นแชมป์แต่ชีวิตก็ยังไปต่อได้ ยกตัวอย่าง  เซอร์ย่า โบนาลี ที่ยอมรับว่าการลงแข่งสเก็ตน้ำแข็งตลอดชีวิต ถึงจะไม่เคยมีเหรียญทองคล้องคอ แต่เทคนิค ลีลา ความสามารถ และการแสดงที่ยอดเยี่ยมก็ทำให้แฟนกีฬาสเก็ตน้ำแข็งทั่วโลก จดจำและยกย่องความสามารถของเธอ โดยเฉพาะท่าตีลังกาขาเดียวสุดห้าวหาญ ปัจจุบัน…เธอมีชีวิตที่มีความสุขกับสามีผิวขาว และได้รับโอกาสเป็นวิทยากร สอนสเก็ตและพูดสร้างแรงบันดาลใจแก่นักสเก็ตผิวสีรุ่นใหม่

หรือเป็น ไมเคิล เบนท์ การเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสมัยเดียว ไม่อาจทำให้ชื่อของเขาจดจำเป็นตำนานได้เท่ากับ ไมค์ ไทสัน, อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์, เลนน็อกซ์ ลูอิส กระทั่ง มูฮัมหมัด อาลี แต่การเสียเข็มขัดแชมป์ให้กับนักชกหน้าใหม่อย่าง เฮอร์บี ไฮด์ มันก็กลายเป็นการปลดพันธนาการชีวิตที่อยู่ในกรอบของพ่อ มาใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทำสิ่งที่อยากทำ แต่ที่ตลกร้ายคือต่อให้เขาไม่ชอบกีฬามวย ทว่าทุกวันนี้เขาก็ยังข้องเกี่ยวอยู่กับมัน ทั้งการเป็นครูสอนมวยในยิมของตัวเอง หรือเป็นแอ็คติ้งโค้ชให้แก่นักแสดงในกองถ่ายภาพยนตร์ที่ทำเรื่องหมัดมวย

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเป็นคนแพ้ การเป็นผู้แพ้คือเรื่องน่าเศร้า ยิ่งกับคนที่ทุ่มเททำในสิ่งที่ฝันอย่างสุดตัว ความพ่ายแพ้คือสิ่งที่ยากจะยอมรับ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องยอมรับว่า การพ่ายแพ้ ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย และหลายครั้ง ความพ่ายแพ้ หรือการถูกตราหน้าเป็นผู้แพ้ ก็มอบบทเรียนชีวิตสำคัญให้แก่เราเช่นกัน