รถรุ่นไหนในบ้านเรา ผ่านมาตรฐาน ‘ยูโร 5’

ใครที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ป้ายแดง น่าจะคงเคยได้ยินคำโฆษณาเรื่องของมาตรฐาน ‘ยูโร 5’ จากบรรดาค่ายรถต่างๆกันมาบ้าง รู้หรือไม่ว่ามาตรฐานดังกล่าวมีความสำคัญอย่างไร และรถรุ่นใดบ้างในเมืองไทยที่ผ่านมาตรฐานนี้

มาตรฐานยูโร 5′ คืออะไร

มาตรฐาน ‘ยูโร 5’ คือมาตรฐานควบคุมการปล่อยมลภาวะของรถยนต์ใหม่ที่ถูกกำหนดขึ้นมาในประเทศกลุ่มยุโรป (Euro emissions standards)แต่ถือเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและใช้กันทั่วโลก ตั้งแต่ ยูโร1 ในปี  1992 นอกจากนี้ยังรวมไปถึงมาตรฐานคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งเบนซิน และดีเซล ด้วย

โดยกฎเกณฑ์ของ มาตราฐานควบคุมการปล่อยมลภาวะดังกล่าวนี้ จะระบุชัดเจนถึงตัวเลขการปล่อยก๊าซพิษ ทั้ง คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ไนโตรเจนออกไซด์ รวมถึงค่าฝุ่นพิษ (PM) ที่เป็นปัญหาใหญ่ในบ้านเราและทำให้ทุกฝ่ายตื่นตัวอยู่ในเวลานี้

พอร์เช่ 911 TARGA 4S

ทำไมรถยนต์ต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5′

เหตุผลหลัก คือการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก 80 เปอร์เซนต์ของมลพิษในอากาศบนโลกใบนี้ มาจากรถยนต์ ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า เมืองไทยตื่นตัวกับเรื่องนี้้ช้าไปสักหน่อย เนื่องมาตรฐาน ‘ยูโร 5’ นี้ บังคับใช้ในยุโรปมาตั้งแต่ปี 2009 หรือ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้เสนอให้เตรียมเร่งรัดให้มีการบังคับใช้มาตรฐานการระบายสารมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ให้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ผลิตรถยนต์ใหม่ในประเทศต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5 เป็นขั้นต่ำภายใน 1-2 ปี นับจากนี้ (ปัจจุบันรถยนต์ในบ้านเราบังคับใช้มาตรฐานยูโร 4)

มิตซูบิชิ Mirage GLX (MT)

เช็ครุ่นรถยนต์มาตรฐานยูโร 5′ ในเมืองไทย

ข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอัพเดตล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาระบุว่า รถยนต์ที่ขายในโชว์รูมบ้านเรา มีทั้งหมด 61 รุ่น ที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 โดยทั้ง 61 รุ่นมาจากรถยนต์ 8 ยี่ห้อ ได้แก่ มาสด้า บีเอ็มดับเบิลยู ออดี้ มิตซูบิชิ วอลโว่ มินิ ซูซูกิ และพอร์เช่

ซูซูกิ SWIFT GA 1.2L

โดยรถยนต์รุ่นที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 ที่มีราคาถูกที่สุด ได้แก่ มิตซูบิชิ  Mirage GLX (MT) ราคา 467,000 บาท รองลงมาเป็น ซูซูกิ SWIFT GA 1.2L ราคา 499,000 บาท ส่วนคันที่แพงที่สุดในระดับมาตรฐานยูโร 5 เวลานี้ ได้แก่ พอร์เช่ 911 TARGA 4S ราคา 16.9 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน ‘ยูโร 6’ ซึ่งเป็นมาตรฐานการปล่อยไอเสียเวอร์ชั่นล่าสุดของยุโรป วางขายในบ้านเราแล้วอีกถึง 127 รุ่น อย่างไรก็ดีทั้งหมดเป็นรถแบรนด์ยุโรป ได้แก่ เมอร์เซเดส บีเอ็มดับเบิลยู มินิ พอร์เช่ และออดี้ ที่ราคาระดับเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไปทั้งสิ้น

ข้อมูลจาก www.car.go.th