ความท้าทายของการเลือกตั้งครั้งนี้

“เลือกลุงหรือเลือกป้าดีวะ..?” เชื่อมั้ยล่ะครับว่าจนป่านฉะนี้แล้ว ยังมีใครอีกตั้งหลายคน เที่ยววนเวียนมาถามความคิดเห็นผมอยู่เลยว่า เที่ยวนี้จะเลือกใครพรรคไหนดี เพราะยังตัดสินใจกันไม่ได้!!

จะด้วยความลังเลเพราะนโยบายยังไม่โดน หรือไม่ประทับใจใครเป็นพิเศษ ผมเลยเชื่อว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้โค้งสุดท้ายเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ใครจะเทคะแนนให้ใคร โดยใครมีหมัดเด็ดและกระแสในโลกโซเชี่ยล ก็น่าจะมีโอกาสโกยคะแนนในช่วงสำคัญนี้ ถ้าเปรียบเป็นมวยเรียกได้ว่าต้องวัดกันถึงยกสุดท้ายเลยทีเดียว

การลงคะแนนครั้งนี้น่าจะมีความท้าทายให้ติดตามหลายประเด็น เรื่องแรกที่ต้องจับตาคือ จำนวนคนที่จะไปใช้สิทธิ จากการสำรวจนั้นคาดว่าจะไปแตะถึงระดับ 90 เปอร์เซ็นต์ ขนาดเลือกตั้งล่วงหน้าในกรุงเทพมหานคร วัดแล้วก็เข้าไปเลือกกันกว่าร้อยละ 80 ถือว่าน่าจะเป็นครั้งที่มีความตื่นตัวสูงสุด อาจจะด้วยไม่ได้เลือกมานาน หรือมีจิตสำนึกกันมากขึ้นก็ว่ากันไป

ประเด็นที่สองอันน่าสนใจก็คือ กระแสของคนรุ่นใหม่ ที่มีสิทธิไปลงคะแนนครั้งแรก (เที่ยวนี้ให้อายุแตะ 18 ขึ้นไปในวันเลือกตั้งเลือกได้ทันที) จะมีผลต่อคะแนนเสียงโดยรวมขนาดไหน จะพาผู้แทนพรรคที่พวกเขาชอบเข้าสภาได้กี่ราย?

ประเด็นที่สาม จะเป็นสนามเลือกตั้งที่มีคะแนนกระจายและสูสีกันที่สุดหรือไม่? โดยถึงเวลานี้ เพื่อไทย, ประชาธิปัตย์ และ พลังประชารัฐ 3 พรรคใหญ่ที่แข่งกันแบบเอาเป็นเอาตาย  น่าจับตาว่าใครจะได้คะแนนมากสุด เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรี แต่อย่าลืมว่าทั้งนี้และทั้งนั้นยังมีอีก 250 มือที่ยังมองไม่เห็นจากสมาชิกวุฒิสภามาช่วยมีส่วนโหวตผู้นำประเทศกับเราท้ายที่สุดด้วย

ส่วนกลุ่มที่สองกองหนุนคือ อนาคตใหม่, ภูมิใจไทย, ชาติไทยพัฒนา, เศรษฐกิจใหม่ ฯลฯ ก็ยังดูว่าน่าจะแบ่งเสียงไปได้ไม่น้อย และอาจจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้คะแนนเสียงกระจัดกระจายมากที่สุดก็เป็นได้

เท่านั้นยังไม่พอจบจากการนับคะแนนไปแล้ว ที่สนุกไม่แพ้กันคือการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลกันยังไง ใครจะจับขั้วกับใคร จะวุ่นวายขนาดไหน มี “งูเห่า” “ปลาไหล” หรือสัตว์ประเภทอื่นออกมาเพ่นพ่านอีกหรือไม่? 

สรุปแล้วน่าจะเป็นกระบวนการเลือกตั้งที่ต้องลุ้นกันตัวโก่ง จนกว่าจะเห็นหน้าค่าตานายกรัฐมนตรีโน่นเลยทีเดียวเชียวแหล่ะ

ถือเป็นสีสันการเมืองไทยที่คุณจะกระพริบตาไม่ได้.