CAPTAIN MARVEL – อาวุธลับสุดท้ายก่อน “เผด็จศึก”

**มีการเปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง**

แฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วโลก โดยเฉพาะสาวกค่าย มาร์เวล คงกำลังใจจดใจจ่อถึงบทสรุปฉากสุดท้ายของเหล่ากองทัพฮีโร่ The Avengers ที่จะได้รู้กันสักทีในเดือนเมษายน แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้นพวกเขาก็ส่งไม้เด็ดที่เก็บซ่อนไว้ออกมาอีกเรื่องนั่นคือ “กัปตันมาร์เวล” ฮีโร่คนสุดท้ายที่จะมาร่วมผนึกกำลังกับ Iron Man, Captain America, Thor เผด็จศึกจอมวายร้ายที่ชื่อ ธานอส

** Captain Marvel (หรือที่แซวกันว่าเป็นขุ่นแม่ของฝั่ง มาร์เวล // ส่วน ดีซี มี วันเดอร์วูแมน) เล่าเรื่องง่ายๆตามสไตล์หนังฮีโร่ภาคแรก เวียร์ส (บรี ลาร์สัน) นักรบหญิงผู้ทรงพลัง ถูกส่งไปทำภารกิจบนดาวดวงหนึ่งร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่มีพลังวิเศษเช่นกัน แต่พลาดท่าถูกแก๊งค์สครัลล์ ลอบทำร้ายและพาตัวไปล้วงข้อมูล ซึ่งท้ายที่สุดเธอก็หนีมาได้ ก่อนตกลงมาที่อเมริกาในยุค 90 โดยนอกจากต้องหนีการตามล่าของสครัลล์ เวียร์ส ก็ต้องตามหาความทรงจำที่หายไปเพื่อให้รู้ว่าเธอคือใครกันแน่

หากเทียบกับหนังของมาร์เวลประจำ Phase 3 ที่ออกไปก่อนหน้า ตั้งแต่ Civil War, Doctor Strange, Spider-Man, Black Panther พล็อตของ Captain Marvel ค่อนข้างธรรมดา ออกไปทางเชยไม่น่าสนใจ แต่ถามว่าไม่ดูได้ไหมก็ตอบว่า “ไม่ได้” โดยเฉพาะแฟนพันธุ์แท้ มาร์เวล ที่ติดตามกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกกับ Iron Man ภาคแรก ปี 2008 เพราะมันคือการแนะนำตัวละครใหม่ให้ผู้ชมได้ทำความรู้จัก และติดป้ายไว้เลยว่านี่คือตัวละครที่จะมาร่วมศึกกับเหล่า Avengers ในภาคสุดท้าย ถ้าไม่ดูก็จะงงไปอีกว่าหล่อนเป็นใครกัน

หากมองในมุมที่ว่ามันเป็นหนังที่ต้องดูแบบปฏิเสธไม่ได้ ก็ต้องชื่นชมเหมือนกันว่า มาร์เวล ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้คอหนังซูเปอร์ฮีโร่ต้องติดตาม แม้หนังบางเรื่องมันจะไม่ได้มีเสน่ห์เชิญชวนให้เข้าไปดูมากนัก อย่างเช่นมนุษย์มด Ant-Man and the Wasp หรือกับ Captain Marvel เอง ซึ่งดูตัวอย่างหนังแล้วก็ไม่ได้ดึงดูดใจเท่าไหร่ ทว่าจะตัดใจมองข้ามไปก็ทำไม่ลงเหมือนกัน

ขณะเดียวกันตัวหนังเองก็มีปัญหาในการซอยพล็อต เล่าเรื่องหลายทาง ทั้งการรบกันระหว่างนักรบครี (กองกำลังพวกเดียวกับ เวียร์ส) ปะทะ สครัลล์, การตามหาตัวตนที่สูญหายของกัปตันมาร์เวล, สภาวะการเป็นคนแปลกหน้าเมื่อเธอตกลงมาบนโลกมนุษย์ รวมถึงฉากหักมุมช่วงท้าย และการเชิดชูพลังของสตรี ที่สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่แพ้ผู้ชาย ซึ่งกว่าจะปะติดปะต่อกันได้ก็ทำเอาคนดูต้องใช้เวลาดูพอสมควร แต่ดีที่ว่าหนังมันไม่ feminism จ๋าจนรู้สึกเลี่ยน ดูได้เพลินๆ

แม้แต่ฉากแอ็คชั่นต่างๆที่ประโคมใส่เข้ามาช่วงท้ายเรื่อง น่าเสียดายที่มันไม่มี Shot เจ๋งๆที่แสดงให้เห็นถึงความทรงพลังหรือความน่าเกรงขามของกัปตันมาร์เวลสักเท่าไหร่ นอกจากปล่อยให้เธอสาดพลังใส่ผู้ร้ายเหมือนดูการ์ตูนดราก้อนบอล จบแล้วก็จบกัน ยกเว้นซีนตลก ยิงมุกที่ยังคงทำได้ดีและไว้ใจได้ตามสไตล์มาร์เวล (จนบางทีก็อยากให้พี่ๆเขาทำหนังตลกเป็นของตัวเองออกมาเลย น่าจะฮากันน้ำตาร่วง)

สุดท้ายคือการแคสติ้งนักแสดง บรี ลาร์สัน เจ้าของบทกัปตันมาร์เวล (ซึ่งดูสวยกว่าหนังทุกเรื่องที่เธอเล่นมา) แม้ช่วงแรกที่มีข่าวว่าเธอมารับบทนี้จะทำให้แฟนฮีโร่มีข้อกังขาอยู่บ้างแต่ที่สุดแล้วเธอก็ทำหน้าที่ได้น่าพอใจกับฮีโร่ที่เหมือนเด็กวัยรุ่นมีปัญหา ควบคุมพลังไม่เป็นและพร้อมเกรี้ยวกราดใส่ทุกคนที่ขวางหน้า และที่ขาดไม่ได้คือ ซามูเอล แจ็คสัน กับบท นิค ฟิวรี่ แห่ง ชิลด์ ที่ยังกวนประสาทและฮาแบบเสมอต้นเสมอปลาย

Marvel Studios’ CAPTAIN MARVEL..L to R: Captain Marvel (Brie Larson) and Nick Fury (Samuel L. Jackson) ..Photo: Film Frame..©Marvel Studios 2019

สำหรับผู้เขียน Captain Marvel ก็คือหนังฮีโร่ที่ มาร์เวล ทำได้ตามมาตรฐานของตัวเองในการแนะนำตัวละครหน้าใหม่ให้ทุกคนรู้จัก กระนั้นมันก็มีสถานะเพียงหนังคั่นเวลาตัวสุดท้าย ก่อนนำไปสู่ศึกใหญ่ The Avengers: Endgame (ชื่อไทย “เผด็จศึก”) ที่เธอจะมีส่วนร่วมกับฮีโร่คนอื่นๆในการกำราบ ธานอส ผู้ชั่วร้าย ซึ่งแม้ว่าตัวหนังจะแสนธรรมดายังไงแต่สุดท้ายแฟนฮีโร่ส่วนใหญ่ก็คงต้องตีตั๋วไปดูกันอยู่ดี เพื่อให้รู้ว่าเรื่องราวของเธอจะเชื่อมกับการปิดฉากมหากาพย์ที่ มาร์เวล สร้างไว้ตลอด 10 ปีอย่างไร