เลดี้ กาก้า กับปัญหาสุขภาพจิตของเหล่าศิลปิน

จบลงเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Grammy Awards งานประกาศรางวัลที่ใหญ่ที่สุดของวงการเพลง รางวัลต่าง ๆ ถูกมอบให้กับศิลปินคุณภาพที่คู่ควรในแต่ละสาขา

แต่เรื่องน่าสนใจที่เราอยากจะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังสำหรับชาว Tonkit360 เพื่อให้ได้รู้ทั่วกัน นั่นก็คือ คำพูดของ Lady Gaga ระหว่างขึ้นรับรางวัล ซึ่งตัวกาก้านั้นได้รับรางวัลในสาขา Best Pop Duo/Group Performance ในเพลง Shallow ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born ผลงานกำกับของ Bradly Cooper ที่ควบทั้งงานกำกับและแสดงนำ คู่กับ Lady Gaga ที่ปล่อยฝีมือการแสดงได้ดีจนคนดูต่างชื่นชม

สิ่งที่ กาก้า พูดระหว่างขึ้นรับรางวัลนั้นทัชใจศิลปินเพื่อนร่วมวงการของเธออย่างมาก คำพูดคร่าว ๆ ของเธอคือ “ตัวเธอเองรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการขัดเกลาปัญหาทางด้านสุขภาพจิต เรื่องนี้เป็นปัญหาที่สำคัญมากจริง ๆ มีศิลปินหลายคนที่ต้องต่อสู้กับมัน และเราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฉะนั้นอย่ามองข้ามไปหากคุณเจอใครที่ประสบกับปัญหาเหล่านี้”

ในช่วงเวลหลายปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเห็นหรืออ่านข่าวเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้ากันมามาก โดยเฉพาะในวงการบันเทิง ซึ่งจากสถิติชี้ว่า ศิลปินจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าและลุมลามไปถึงขั้นตัดสินใจฆ่าตัวตาย มากกว่าคนทั่วไปถึง 10 – 18 เท่า และศิลปินหรือนักแสดงในวงการหลายคนต่างก็ประสบกับปัญหานี้

ยกตัวอย่างของศิลปินในประเทศไทยที่ประสบกับโรคซึมเศร้านี้คือ “สิงห์ หรือ ประชาธิป มุกสิกพงศ์” มือกีตาร์วง Sqweez Animal ที่สุดท้ายตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงในวัย 31 ปี เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมมากในช่วงนั้น หรืออีกหนึ่งกรณีคือ เชสเตอร์ เบนนิงตัน ร็อกเกอร์ชื่อดังนักร้องนำจากวง Linkin Park ที่เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย สาเหตุเพราะเป็นโรคซึมเศร้า นอกจากนั้นยังมีศิลปินและดาราหลายคนออกมาเปิดเผยกับสังคมว่า เป็นหรือเคยเป็นโรคซึมเศร้า

จากการสูญเสียคนมีชื่อเสียงให้กับโรคซึมเศร้านี้ ทำให้เกิดความตื่นตัวขึ้นมาในสังคม โดยที่ก่อนหน้านี้ ผู้คนมักจะไม่สนใจ คิดว่าคนที่เป็นโรคนี้นั่น อ่อนแอ, ใจไม่สู้ ไม่สงสารคนที่ยังอยู่ ในเวลาต่อมา การให้ความรู้ในเรื่องโรคซึมเศร้านั้นถูกกระจายเป็นวงกว้างทำให้สังคมเข้าใจมากขึ้น แต่ก็ไม่ทั้งหมด

สาเหตุของการฆ่าตัวตายของศิลปินหลายคนนั้น เป็นเพราะศิลปินนั้นมีความอ่อนไหวง่าย เซนสิทีฟต่อเรื่องที่กระทบจิตใจ มากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งต้องแบกรับภาพลักษณ์และชื่อเสียง กับการทำงานควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่ไม่แน่นอน รวมไปถึงเรื่องส่วนตัวและความขมขื่นที่ประสบมาทั้งจากอดีตและที่ประสบอยู่ โดยไม่เปิดเผยหรือเข้ารับการรักษา

แน่นอนว่าจากมุมมองของคนทั่วไปที่เห็นศิลปิน คงไม่คิดหรอกว่าเขาผู้นั่นมีเรื่องเศร้าหรือเคยผ่านเรื่องที่กระทบจิตใจมามากหรือน้อย ซึ่งโรคนี้เป็นภัยที่อาจไม่ส่งสัญญาณใด ๆ ให้ใครทราบ

วิธีรับมือคือควรสำรวจตัวเองก่อนว่า ตนเองมีภาวะซึมเศร้าหรือไม่ เช่น ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ เครียด ทางที่ดีคือการเข้าไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตโดยตรง เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะหาบอกเพียงคนรอบข้างอาจทำให้แก้ปัญหาได้ไม่จรงจุด ส่วนคนรอบข้างนั้นควรทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้มากขึ้น ก็เป็นการช่วยเหลือพวกเขาได้นะ