เปิดประเด็นน่าสนใจป้ายหาเสียง ในศึกเลือกตั้ง ’62

แน่นอนว่าในทุก ๆ ช่วงการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม เรามักจะเห็นการออกมาหาเสียงของ ส.ส. เพื่อชูนโยบายต่าง ๆ หวังเรียกคะแนนจากประชาชนจากเขตนั้น ๆ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “ป้ายหาเสียง” ของแต่ละพรรค

หลังจากได้รับไฟเขียวสำหรับการเริ่มหาเสียง แต่ละพรรคก็จัดแจงทำป้ายที่สื่อถึงตัวตนของพรรค หาทำเลในการวางป้ายกันจนแน่นเอี๊ยดในบางพื้นที่ ซึ่งป้ายหาเสียงส่วนใหญ่มักจะติดหรือตั้งไว้บนทางเท้าอย่างที่เราคุ้นตากันดี ป้ายสูงท่วมหัว ที่ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งรถผ่านก็เห็น หรือไม่ก็ผูกติดไว้ตามเสาไฟฟ้าสูงกว่าระดับศีรษะ เงยหน้ามองนิดเดียวก็เห็น

เดี๋ยววันนี้เราจะมามองในประเด็นของป้ายหาเสียงกัน ว่ามีความแตกต่างกันยังไง แต่ละพรรคดึงความสนใจและให้อะไรกับผู้ที่พบเห็นป้ายเหล่านั้นบ้าง

ว่าด้วยเรื่อง สีที่โดดเด่นของป้ายแต่ละพรรค ยกตัวอย่าง 3 พรรคที่รู้จักชื่อกันดี เพื่อไทย มาในสีน้ำเงินเข้มฟอนต์ตัวโตมองเห็นตั้งแต่ไกล ต่อมาคือพรรคประชาธิปัตย์เป็นสีฟ้าอ่อนดูสดใสซึ่งปรับเป็นสีอ่อนลงกว่าที่ผ่านมา และพรรคอนาคตใหม่มาในสีส้มกับรูปธนาธรหัวหน้าพรรคแบบสีหน้ามุ่งมั่น ดูดุดันและเอาจริง

ในส่วนของรายละเอียดที่อยู่บนป้าย โดยส่วนใหญ่แต่ละพรรคจะมีรายละเอียดในส่วนของ ชื่อพรรค, ชื่อและรูปของ ส.ส. ในเขตพื้นที่นั้น ๆ ที่ป้ายติดตั้งอยู่ โดยมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือในรายละเอียดของป้าย หากเป็นของ ส.ส. ที่อาจไม่คุ้นหูคุ้นตาคนในพื้นที่ก็จะมีการหยิบยกภาพของหัวหน้าพรรคมาใส่ด้วยอาจเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้คน

และมีรูปแบบของป้ายหาเสียงอีกแบบหนึ่ง คือแบบมีแค่การพิมพ์คำอย่างเดียว ไม่มีรูป ส.ส. ท่านใดอยู่บนป้าย มีแค่ประโยคสั้น ๆ และโลโก้พรรคตัวใหญ่ ๆ เท่านั้น โดยประโยคที่มีนั้นสั้น ๆ แต่มั่นคง แน่วแน่ อ่านแล้วสะกิดใจให้ได้คิดต่อ อันนี้อยู่ที่ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ในการดึงดูดสายตาของผู้คน

ทั้งนี้ทั้งนั้น การติดป้ายหาเสียงก็อาจสร้างปัญหาตามมาได้อยู่ในหลายเรื่อง เช่น บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็น อย่างที่ติดใกล้ป้ายรถเมล์คนรอรถเมล์ก็ชะเง้อมองกันแทบไม่เห็น หรือผูกกับเสาที่ทางเท้า ความกว้างของป้ายก็ดันไปขวางทางทำให้ผู้ใช้ทางเท้า ต้องลงมาเดินบนถนนในจังหวะนั้นแทน ทำให้เกิดการร้องเรียนจากหลายพื้นที่ และออกมาแก้ปัญหานี้ตาม ๆ กันไป