การเปลี่ยนแปลงต้องใช้ “ความกล้า”

สำหรับคุณผู้อ่านที่ติดตามข่าวต่างประเทศอยู่บ้าง น่าจะพอคุ้นหน้าคุ้นตา ส.ส.หญิงที่มีชื่อว่า อเลกซานเดรีย โอคาชิโอ-คอร์เตซ ซึ่งมีอายุเพียง 29 ปี เธอเป็น ส.ส.หญิงที่มีอายุน้อยที่สุดจากพรรคเดโมเครต ทีได้รับเลือกให้เข้าสู่รัฐสภาสหรัฐ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา 

แต่ถึงแม้จะมีวัยที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาไม่นาน แต่ประสบการณ์การทำงานของเธอกับการเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมนั้น ทำให้ชื่อของคอร์เตซ นั้นไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายหาเสียงของเธอที่ต้องการต่อสู้เพื่อบริการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกัน และ การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของรัฐรวมไปถึงการปรับปรุงค่าจ้างขั้นต่ำและกระบวนการยุติธรรมในสหรัฐอเมริกา

แม้ว่านโยบายที่คอร์เตซ อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่าเกินฝันและมีความเป็นจริงได้ยาก แต่เธอก็กล้าพอที่จะลุกขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คอร์เตซ เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวครั้งหนึ่งว่า “มันตลกดีนะที่เราเลือกแต่ ส.ส.หน้าเดิมแต่หวังให้ประเทศนี้เปลี่ยนแปลง” และเธอก็ได้ย้ำว่า”การเปลี่ยนแปลงต้องใช้ความกล้า” 

เห็นแบบนี้แล้วก็ให้หันกลับมามองสถานการณ์ในเมืองไทยที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมและจนถึงเวลานี้ในทุกแพลทฟอร์มของโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์  อินสตาแกรม หรือ แม้แต่ยูทูป ต่างก็มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย ตามวิธีประชาธิปไตย ที่ทุกคนเชื่อในสิทธิของการแสดงความคิดเห็น 

แต่การแสดงความคิดเห็น หรือ การโต้เถียงกันในโลกโซเชียล ไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ว่าจะคนรุ่นเก่า หรือ คนรุ่นใหม่ เพราะการแสดงความคิดเห็นอาจทำให้คุณได้ยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดรีทวิต หรือ ทำให้เกิดเทรนด์ขึ้นข้ามวัน แต่หลังจากนั้นมันจะกลายเป็นแค่เรื่องของเมื่อวาน และ ผู้คนจะลืมไป 

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ต้องใช้ “ความกล้า” อย่างที่คอร์เตซ พูด เพราะมันหมายถึงความกล้าที่จะเลือก กล้าที่จะออกไปใช้สิทธิ และท้ายที่สุด กล้าที่จะยอมรับในกติกาเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ซึ่งในการเลือกตั้งปี 2562 นี้จำนวนผู้ที่มีสิทธิออกเสียงนั้นสูงถึง 51 ล้านคนและเป็นคนรุ่นใหม่ที่เลือกตั้งครั้งแรกเกือบ 7 ล้านเสียง 

ความคิดเห็นส่วนใหญ่ที่แสดงกัน ในโลกโซเชียล นั้นต่างก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสังคม อยากเห็นระบบการศึกษาที่ดีขึ้น อยากเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยากเห็นรัฐสวัสดิการที่มีมากกว่าการแจกเงิน รวมไปถึงความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจาของประเทศมีการขับเคลื่อนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

ทั้งหมดนี้เกิดได้แต่ต้องเริ่มจากเราทุกคน ไม่ว่าจะรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า คะแนนเสียงของคุณมีความหมายต่อความเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องการเห็นในเมืองไทย และ จะเห็นผลนั้นได้ก็ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อนเสมอ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ