ศิลปะ X การเมือง : ทำไมเราจะไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็น?

การเมือง..

เรื่องการเมืองกับคนไทยเป็นสิ่งที่ถึงแม้จะน่าเบื่อหน่าย (จนเห็นข่าวแล้วต้องส่ายหน้า) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องของทุกคนที่ไม่สามารถหนีพ้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

งานศิลปะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้ใครหลายๆ คนได้แสดงความเห็น ตั้งคำถาม แสดงทัศนคติของตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองสนใจและอินกับมันมากๆ รวมถึงเรื่องการเมืองด้วย

การทำผลงานศิลปะที่สะท้อนเรื่องการเมืองมีมาตั้งนานแต่ไหนแต่ไรแล้ว ศิลปินดังๆ ในยุคคลาสสิคที่ยังสร้างแต่ผลงานเหมือนจริง วาดภาพสะท้อนสังคมความเป็นอยู่สมัยนั้น ย่อมมีเรื่องเกี่ยวกับการเมืองสงครามเข้ามาด้วยเสมอ พอเริ่มเข้า Modern Art ก็ยังคงมีศิลปินที่ทำงานเกี่ยวกับการสะท้อนสังคมเรื่อยมา เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญและมีประสบการณ์กับมัน

Liberty Leading the People (1830)

เสรีภาพนำประชาชน โดย เดอลาครัวซ์ ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่วาดภาพการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสจนทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ที่วาดรวมคนทุกประเภทไม่ว่าจะหญิงชายหรือหลากอาชีพไว้ในภาพเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปฏิวัติครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนรวมของทุกคนเพราะหวังว่าเหตุบ้านการเมืองจะดีขึ้นกว่าที่เป็น

Guernica (1937)

งานศิลปะที่โด่งดังของปิกัสโซ่ สะท้อนภาพสงครามกลางเมืองในสเปนยุคเผด็จการ ที่กวาดล้างกลุ่มต่อต้านจนทำให้ต้องสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปมาก เขาวาดรูปนี้เพื่อให้เห็นผลกระทบของสงคราม และประกาศให้คนได้รู้ถึงความโหดร้ายของระบบเผด็จการ ที่ถึงแม้จะถูกนำเสนอออกมาในแนวเฉพาะตัวอย่าง Cubism แต่ก็กลายเป็นภาพที่สะเทือนใจ และเป็นอีกหนึ่งมาสเตอร์พีซของปิกัสโซ่เลยก็ว่าได้

ในปัจจุบันเมื่อศิลปะถูกพัฒนาไปถึงขั้นที่อะไรก็สามารถเป็นศิลปะได้ อีกหนึ่งช่องทางที่ศิลปินมักแสดงออกเกี่ยวกับการเมืองนั่นคือ กราฟฟิตี้ หรือ การขีดเขียนกำแพง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าหอศิลป์ การสร้างงานศิลปะในที่สาธารณะเป็นอีกทางที่ทำให้การตั้งคำถามต่อเรื่องการเมืองผ่านศิลปะเข้าถึงผู้คนมากขึ้น และไปไกลกว่าเดิม

และอีกข้อสังเกตหนึ่งที่ได้จากการนั่งดูงานคนโน้นคนนี้ นั่งดูละครซีรีส์ไปเรื่อยๆ นั่นคือสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละประเทศ ค่านิยม ความเชื่อ ล้วนสะท้อนออกมาผ่านงานศิลปะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด งานเขียน ภาพยนตร์ ละคร หรือเพลง เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศที่ดูค่อนข้างเปิดกว้างทางด้านความคิดและการแสดงออก อย่างซีรีส์สืบสวนหลายๆ เรื่องที่มักจะมีเนื้อหาจิกกัดหน่วยงานรัฐ ตำรวจ นักการเมือง รวมถึงผู้มีอิทธิพลได้อย่างเปิดเผย แบบไม่ต้องกลัวโดนดราม่า โดนตัดทิ้ง หรือโดนปรับทัศนคติ คงด้วยความเป็นประเทศประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็น และแน่นอน ศิลปะ รวมถึงละคร ซีรีส์ย่อมไม่ถูกปิดกั้นการแสดงออก ถือเป็นการไม่ดูถูกสติปัญญาของผู้ชมที่มีสิทธิใช้วิจารณญาณส่วนตัวว่าจะรู้สึกกับเรื่องเล่านั้นยังไง

กลับกันถ้าเรามองงานศิลปะในประเทศเกาหลีเหนือ (ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าศิลปินเกาหลีเหนือเขาวาดรูปอะไรกัน) มักจะนำเสนอภาพความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง ภาพความสุขของประชาชน และภาพทหารที่เปรียบเสมือนฮีโร่ ซึ่งถ้าลองฟังจากข่าว หรือเรื่องเล่าจากชาวเกาหลีเหนือที่หนีออกมาได้ เกี่ยวกับกฎที่เคร่งมากกับการแสดงความเห็นถึงผู้นำในระบอบคอมมิวนิสต์ ทำให้ยากจะเชื่อว่าประชาชนทุกคนพอใจที่จะใช้ชีวิตตามภาพวาดแบบนั้นจริงๆ

ความจริงการแสดงออกทางการเมืองผ่านศิลปะเป็นอะไรที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องวาดรูปเก่ง ไม่ต้องร้องเพลงเพราะหรือแต่งเพลงเป็น บางทีแค่การตั้งคำถามกับเรื่องบางเรื่อง ก็ทำให้คนเริ่มสงสัยและฉุกคิดกับมัน จะนับว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งก็ไม่ผิดนัก ซึ่งเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงออกมาอย่างสร้างสรรค์

ไม่มีผลงานจากศิลปินคนไหนหรอกที่สามารถสั่นคลอนองค์กรหรือใครให้ดูแย่ลงไปได้ เว้นแต่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงที่ถูกนำเสนอออกมาถึงพริกถึงขิง จนคนส่วนใหญ่อินไปกับมัน

อ้างอิงข้อมูลจาก https://ngthai.com/featured/918/north-korea-propaganda-art/ , https://en.wikipedia.org/wiki/Liberty_Leading_the_People , https://en.wikipedia.org/wiki/Guernica_(Picasso)