ถ้าตรรกะเขาป่วย เราก็แค่บล็อค

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้เห็นข้อความทางทวิตเตอร์ของ  “ริคกี้ เจอร์เวส” ศิลปินมากความสามารถทั้งในฐานะนักแสดง นักเดี่ยวไมโครโฟน นักเขียน โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และ นักร้อง (อาจจะมีมากกว่านี้ขอละไว้ในฐานที่คุณผู้อ่านน่าจะพอรู้จักกัน) ทั้งนี้ ริคกี้ ทวีต ข้อความเอาไว้ว่า

“Blocking some freak on Twitter isn’t censorship. They can carry on saying and doing any weird shit they like. Doesn’t mean we have to know about it. Freedom of speech includes the right not to listen. It’s a good system.”

(การบล็อคคนที่มีตรรกะป่วยบนทวิตเตอร์นั้นไม่ใช่การตัดสินหรือ เซ็นเซอร์ใคร คนเหล่านั้นยังคงพิมพ์ และ แสดงความคิดเห็นแปลกๆของเขาต่อไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไปรู้เรื่องที่เราไม่อยากจะรู้ด้วย ความหมายที่แท้จริงของ อิสระในการพูดหรือแสดงความคิดเห็น หมายรวมถึงสิทธิของเราที่จะไม่ฟังด้วยเช่นกัน ถ้าคุณจะบล็อคใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องต้องคิดมาก ระบบได้จัดสรรมาดีแล้ว

เป็นข้อความของคนที่มีชื่อเสียงและทวีตออกมาได้โดนใจทีเดียวค่ะ เลยขอยกเอามาคุยกัน เพราะในโลกปัจจุบันที่ผู้คนต่างเข้าใจว่าตนเองมีสิทธิจะพิมพ์ จะแสดงความคิดเห็น (และหวังว่าคนอื่นจะมาเออออด้วย) นั้น ได้ทำให้ใครหลายคนคิดว่า โลกทั้งโลกกำลังหมุนรอบตัวเอง และเมื่อเราคิดจะบล็อคใครสักคน (ไม่ต้องเฉพาะในสังคมไทยหรอก สังคมโลกก็เป็น) คนที่โดนบล็อค จะรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกตัดสินในโลกโซเชียล

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าคุณคิดว่าคุณมีสิทธิจะพิมพ์ คนที่เห็นข้อความคุณบนไทม์ไลน์ของเขา และรู้สึกว่าความคิดเห็นของคุณมันน่ารำคาญ มันมีตรรกะบางอย่างที่ผิดเพี้ยนเขาก็มีสิทธิที่จะบล็อค คุณโดยไม่มีความผิดอะไร ในเมื่อระบบของโลกโซเชียล จัดสรรมาให้แล้วกับวิธีการจัดการคนที่น่ารำคาญ

ไม่เพียงแต่ในทวิตเตอร์ ในเฟซบุ๊ค ในอินสตราแกรม ใน Youtube เอาเป็นว่าในทุกแพลทฟอร์มของโซเชียล มีเดีย นั้นคิดไว้ให้แล้วถึงการรักษาสิทธิของทั้งคนที่อยากแสดงความคิดเห็น กับคนที่ไม่คิดว่าความคิดเห็นของคุณนั้นถูกต้อง เพียงแค่กดบล็อคไป หรือ Unfollow ไปเรื่องราวของคนเหล่านั้นก็จะไม่สร้างความรำคาญให้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแสดงความคิดเห็นตอบโต้ ให้กลายเป็นดราม่า (ที่ปัจจุบันมีอยู่เกลื่อนโซเชียล)

ถ้าไม่เห็นด้วย หรือ รู้สึกว่าความคิดเห็นของคนคนนั้นทำให้เรารู้สึกรำคาญ วิธีจัดการแบบที่ ริคกี้ เจอร์เวส บอกเอาไว้เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการบล็อคคนที่พิมพ์แบบไม่คิด มันก็เหมือนคุณมัดถุงขยะแล้วเอาไปทิ้งเท่านั้นเอง

อย่างสองสามวันที่ผ่านมาผู้เขียนก็บล็อค คนบางจำพวกในโลกโซเชียลที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวที่เป็นประเด็นสังคม ชนิดที่ทำให้รู้สึกว่าโลกที่เราอยู่ในเวลานี้ยังคงไม่ได้เดินหน้าไปไหนและยังคงตีตราให้กับผู้หญิงที่เป็นเหยื่ออยู่ดี

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ