เดินได้ทุกที่

“การเดิน” เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนเบี้ยน้อย หอยน้อย

เพราะ “การเดิน” ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย แตกต่างจาก “การวิ่ง” ที่แม้จะได้รับการยอมรับว่า เป็นการออกกำลังกายที่ “ประหยัดที่สุด” แล้ว “การเดิน” ยิ่งประหยัดกว่า เพราะ “การวิ่ง” อย่างน้อยก็ยังต้องการ “รองเท้าวิ่ง” ดี ๆ สักคู่ ซึ่งเป็นสนนราคาที่ต้องควักกระเป๋าจ่าย

ขณะที่ “การเดิน” นั้น ใส่รองเท้าแตะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คู่ละ 20 บาท ก็สามารถ “เดินออกกำลังกาย” ได้ !

อีกทั้ง “การเดิน” ยังเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่า หรือเข่าเสื่อมอีกด้วย

แต่หากแฟน “ต้นคิด 360 องศา” ท่านใดที่ยังแข็งแรง และอยากให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน ท่านก็สามารถขยับความเร็วใน “การเดิน” ให้มากขึ้น หรือเดินขึ้นที่ชัน หรือเดินขึ้นบันไดก็ย่อมได้ครับ

วิธีคำนวณประสิทธิภาพของการ “ออกกำลังกายด้วยการเดิน” ว่า จะใช้พลังงานมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของท่านผู้อ่าน และความเร็วที่ท่านเดิน

โดย “การเดิน” ด้วยความเร็วประมาณ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (10 นาทีเดินได้ 1 กิโล) จะเผาผลาญพลังงานประมาณ 440 กิโลแคลอรี ซึ่งผู้ที่น้ำหนักมากจะเผาพลังงานมากกว่าผู้น้ำหนักน้อย

สมาคมโรคหัวใจของอเมริกา แนะนำว่า หากต้องการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น ก็ควรจะเดินขึ้นทางชัน

ประโยชน์ของการเดิน

  1. เดินสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง จะลดการเกิดโรคหัวใจ ได้ร้อยละ 30
  2. เดินสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง จะลดการเกิดโรคหัวใจ ได้ร้อยละ 35
  3. เดินสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง จะลดการเกิดโรคหัวใจ ได้ร้อยละ 40
  4. เดินเร็ว จะมีอาการปวดข้อเท้าและข้อเข่าน้อยกว่าการวิ่ง
  5. เดินเร็ววันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยลดความเครียดได้
  6. “การเดิน” สามารถทำได้คนเดียวไม่ต้องรอใครเลย

“การเดินออกกำลังกาย” แม้ว่าจะเป็น “การออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด” ทว่า “การเดิน” ก็มีวิธีการเฉพาะของมัน

โดยขณะ “เดิน” ควรเงยหน้ามองตรง ไปให้ไกลที่สุด เดินเต็มฝ่าเท้า โดยลงส้นเท้าเหยียบพื้นให้เต็มฝ่าเท้าก่อน แล้วยกเท้าขึ้นโดยให้หัวแม่เท้าขึ้นจากพื้นเป็นส่วนท้ายของการเดิน

อย่างไรก็ดี “การเดินออกกำลังกาย” นี้ แม้จะง่าย สะดวก และปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเท้าและหัวเข่า เพราะการเดินมากเกินไป อาจทำให้ข้อเท้าและหัวเข่าของเราเจ็บได้

หากบาดเจ็บจากการเดิน ก็ควรเปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายประเภทหรือชนิดอื่น เช่น การออกกำลังกายในน้ำ ดังที่ได้เขียนถึงไปเมื่อตอนก่อน ๆ หรือการว่ายน้ำ และเบสิกที่สุดก็คือ ไทเก๊ก หรือการรำมวยจีน และโยคะ เป็นต้น

ขั้นตอนก่อน “การเดิน”

ควรยืดเส้นยืดสาย หรือ “วอร์มอัพ” อบอุ่นร่างกายกันสักเล็กน้อยก่อนออกเดิน เพราะเรากำลังจะ “เดินออกกำลังกาย” ไม่ใช่เดินไปซื้อปาท่องโก๋

การอบอุ่นร่างกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเกิดความพร้อม อาทิ ยืดกล้ามเนื้อน่อง วางเท้าข้างหนึ่งบนพื้นเยื้องไปด้านหลัง งอเข่าที่อยู่ด้านหน้าลงให้หัวเข่าทั้งสองข้างชี้ไปข้างหน้าเสมอ แล้วทำซ้ำโดยงอเข่าที่อยู่ด้านหลังเล็กน้อย

ขั้นตอนหลัง “การเดิน”

หลัง “เดินออกกำลังกาย” ควรยืดตัวให้ตรง ก้าวยาว ๆ และแกว่งแขนตามสบาย ก่อนจะหยุดควรเดินให้ช้าลงเป็นเวลา 5 นาที เพื่อให้หัวใจค่อย ๆ เต้นช้าลงอย่างปลอดภัย

และอย่าลืมยืดเส้นยืดสายหลังการเดิน เพราะขณะที่กล้ามเนื้อยังอุ่นอยู่จะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ ปวดเมื่อย และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย ให้เหมือนก่อนเริ่มต้น “เดินออกกำลังกาย”

สัปดาห์นี้ Sport Gadgets มีอุปกรณ์ที่น่าสนใจตัวหนึ่งมาฝากแฟนพันธุ์แท้ “ต้นคิด 360 องศา” ที่สนใจการ “เดินออกกำลังกาย” แต่ไม่สะดวกที่จะเดินออกไปนอกบ้าน หรือที่ท่านต้องเดินทางไปประชุมสัมมนา ซึ่งต้องอาศัยพักที่โรงแรมบ่อย ๆ และโปรแกรมประชุมสัมมนาก็แน่นทั้งวัน ทำให้ไม่มีเวลาออกไปนอกโรงแรม

นั่นคือ Sport Gadgets ตัวที่มีชื่อว่า Walking Pad Foldable Exercise Device ซึ่งพับได้ จึงสามารถพกพาไปได้ทุกที่ แค่เอาออกมาวางกับพื้นเรียบ กางออก แล้วก็เริ่ม “เดินออกกำลังกาย” ได้ทันที ทนทาน ทุกที่ ทุกเวลา ทุกเพศ ทุกวัย ครับผม !