ทำความเข้าใจเรื่องสถานะผู้ลี้ภัยตามกฎหมายไทย

จากข้อมูลของเว็บไซต์ asylumaccess นั้นระบุว่าประเทศไทยมีผู้อพยพลี้ภัยอาศัยอยู่มากกว่า 130,000 รายทั้งในเขตเมือง และ ตามตะเข็บชายแดนแต่สถานะของผู้ลี้ภัยเหล่านี้คือผู้ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพราะกฎหมายภายในประเทศไม่ได้มีการบัญญัติหรือคุ้มครองผู้ลี้ภัย หรือ ผู้ขอลี้ภัย ดังนั้นสถานภาพของผู้ลี้ภัย คือการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

และบรรทัดต่อจากนี้คือรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สถานะของผู้ลี้ภัย และ สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ โดยเรียบเรียงมาจาก เว็บไซต์ของ แอมเนสตี้ไทย เว็บไซต์asylumaccess และ เว็บไซต์ borgenproject.org

ไทยไม่ได้เข้าร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย

ประเทศไทยไม่เคยลงนามใน อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยในปี 2494 และกฎหมายไทยไม่ได้ให้ความคุ้มครอง แก่ผู้ลี้ภัย ทำให้ ผู้ลี้ภัยที่เดินทางเข้ามาในเมืองไทย จะเป็น “คนเข้าเมืองผิดกฎหมาย” จะถูกผลักดัน หรือ ถูกส่งกลับประเทศทันที

ผู้ลี้ภัยที่มาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวจะถือว่าละเมิดพรบ.คนเข้าเมือง

ผู้ลี้ภัยที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว บุคคลเหล่านี้ไม่ว่าจะได้รับการยอมรับสถานะจาก UNHCR หรือไม่ก็ตาม ต่างถือว่าเป็นผู้ละเมิดพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และอาจถูกจับกุม ควบคุมตัวและส่งออกนอกราชอาณาจักร

ผู้ลี้ภัยในเมืองไทยจะอยู่ได้เฉพาะในค่ายผู้อพยพเท่านั้น

สถานะของผู้ลี้ภัยในเมืองไทย จะไม่มีสิทธิในการทำงานภายในประเทศไทย และต้องอยู่ในค่ายผู้อพยพ พร้อมรอเวลาเพื่อเดินทางไปยังประเทศไทยที่สาม หากไม่สามารถทำได้จะถูกผลักดันเพื่อส่งกลับประเทศต้นทาง

ผู้ลี้ภัยอาจตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

ด้วยกฎหมายในเมืองไทยไม่เอื้อต่อการขอสถานะผู้ลี้ภัย และ ต่อให้ได้สถานะผู้ลี้ภัย เพื่อรอการเดินทางไปยังประเทศโลกที่สาม ผู้ลี้ภัยเหล่านั้นก็ต้องเผชิญความยากลำบากในการใช้ชีวิต และมีโอกาสที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในเมืองไทย หรือการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆได้

แนวทางการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในเมืองไทย

แม้กฎหมายของเมืองไทยจะไมไ่ด้เป็นสมาชิกภาคี หรือ อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย แต่แนวทางในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยตามหลักสิทธิมนุษยชน ยังมีอยู่ด้วยการประสานกับทาง UNHCR ที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองไทยเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนขอผู้ขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย และ การส่งต่อไปยังประเทศที่สาม