เทรนด์ความงามยอดนิยมปี 2018

1. ศัลยกรรมเสริมจมูก

ทุกวันนี้การศัลยกรรมเสริมจมูก กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในสังคมไทย โดยปี 2018 นี้ก็มีหนุ่มสาวหลายคนเลยทีเดียวที่ไปศัลยกรรมเสริมจมูก เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ตัวเอง ซึ่งทรงจมูกยอดฮิตที่ผู้คนนิยมทำกันมากที่สุด ได้แก่ ทรงบาร์บี้ ส่วนซิลิโคนที่ใช้มากที่สุดก็คือ อเมริกานิ่มบิดได้ นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทรงจมูกยอดฮิตปี 2018เทคนิคดูแลตัวเอง หลังศัลยกรรมเสริมจมูก

2. รักษาสิว เลเซอร์-เมโสหน้าใส

ในยุคที่ไม่ว่าชายหรือหญิง ก็ต่างหันมาให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์หน้าตาของตัวเอง เทรนด์ความงาม 2018 ที่มาแรงไม่แพ้การศัลยกรรม จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากการดูแลผิวหน้า ซึ่งเรื่องของสิว จุดด่างดำ และใบหน้าหมองคล้ำนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่ทุกคนต่างจะต้องหาผลิตภัณฑ์มาบำรุงดูแล หรือเลือกเข้าไปใช้บริการคลินิกเวชกรรมเพื่อรักษาให้หายเร็วขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : คอร์สรักษาสิวฉบับเวชกรรมเลเซอร์กับเมโส แตกต่างกันอย่างไร

3. ฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก ร้อยไหม

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก และร้อยไหมได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะฟิลเลอร์นั้นช่วยเติมเต็มผิว บริเวณร่องลึกให้ตื้นขึ้นมาได้ และโบท็อกก็ช่วยในเรื่องลดรอยเหี่ยวย่น เช่น รอยตีนกาได้ ส่วนการร้อยไหมจะช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้นนั่นเอง จึงทำให้ 3 สิ่งนี้กลายเป็นเทรนด์ความงาม ที่มาแรงในปี 2018 ด้วยเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง : ฟิลเลอร์ vs โบท็อกรู้ก่อนทำสวย ข้อดีข้อเสียของการร้อยไหม

4. ต่อขนตา

อีกหนึ่งเทรนด์ความงามในปี 2018 ที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน นั่นก็คือกระแสต่อขนตาถาวร เพื่อเพิ่มความยาวและงอนงามให้กับขนตาเดิม แต่ทั้งนี้การต่อขนตานั้นถือว่าเป็นการเสริมความงาม ที่เสี่ยงอันตรายต่อโคนขนตามาก เพราะหากดูแลผิดวิธีและไม่สะอาด อาจทำให้เกิดสิ่งสกปรกมาสะสมบริเวณหนังตา จนก่อเกิดอาการแพ้ระคายเคือง หรือถ้ารุนแรงอาจเสี่ยงตาบอดได้ ซึ่งควรศึกษาให้ดีก่อนต่อขนตา รวมถึงวิธีดูแลหลังต่อขนตาด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง : สิ่งที่ควรทำก่อน-หลังต่อขนตาถาวร

5. สักปากชมพู

เทรนด์ความงามสุดท้ายที่มาแรงในปี 2018 คือการสักปากชมพู เพื่อปรับสภาพสีของริมฝีปาก ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีริมฝีปากดำคล้ำ มีเรียวปากที่สวยดูสุขภาพดีขึ้น โดยการสักปากชมพูสามารถเห็นผลได้ หลังจากการสัก 1-2 ครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสีปากเดิมของผู้สัก ซึ่งหลังจากสักแล้วสีที่สักจะอยู่ได้ 1-3 ปีเลยทีเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีดูแลตัวเอง ก่อน-หลัง สักปากชมพู