Ob Art ศิลปะลวงตา ภาพนิ่งที่ถูกทำให้เหมือนขยับได้

คงเป็นงานศิลปะในแบบที่ทุกคนเคยเห็นกันมาอยู่แล้ว นั่นคือภาพที่ลวงตาให้เรารู้สึกว่ามันเคลื่อนไหวทั้งๆ ที่ภาพไม่ได้ขยับ แต่อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าภาพแบบนั้นถูกตั้งเป็นอีกหนึ่งลัทธิของศิลปะเช่นเดียวกัน 

นั่นคือ Ob Art นั่นเอง 

Ob Art เป็นลัทธิทางศิลปะอีกประเภท ถือกำเนิดในช่วง 1960s เป็นงานศิลปะที่ถูกวาดให้เหมือนขยับได้ หรือถูกทำให้เหมือนเป็นงาน 3 มิติ ทั้งๆ ที่เป็นเพียงภาพ 2 มิติ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เพียงรูปเรขาคณิตกับสีขาวดำ และเส้นของภาพที่หลอกตาเราให้มีความลึกความตื้น มีชื่อเรียกอย่างจริงๆ จังๆ ว่า Optical Art และ Retinal Art หรือศิลปะเกี่ยวกับสายตา 

Ob Art เป็นศิลปะนามธรรม (Abstract Art) อย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะเป็นการใช้รูปทรงเรขาคณิตหรือรูปทรงธรรมชาติมาสร้างผลงานศิลปะแบบไม่มีความหมาย โดยปกติแล้ว Ob Art จะถูกวาดแบบเป๊ะๆ เนี๊ยบๆ มีเส้นและสีที่คมคล้ายๆ กับงานกราฟฟิก ถึงส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นขาวดำ แต่ก็มีเป็นสีด้วยเช่นกัน 

ศิลปินที่เป็นคนริเริ่ม Ob Art นั่นคือ Victor Vasarely 

วิกตอร์ วาซาเรอลี จิตรกรชาวฝรั่งเศส ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาแห่งศิลปะลวงตา ด้วยความที่วาซาเรอลีเคยทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิกมาก่อน ซึ่งก็เป็นงานที่เน้นความเนี๊ยบ เน้นเส้นคมชัดและการตัดทอนรูปทรง สไตล์เดียวกับ Ob Art เขาจึงได้พัฒนาผลงานตัวเองและเริ่มสร้างงานศิลปะลวงตาในที่สุด 

งานประติมากรรมของวาซาเรอลีที่ทำให้เหมือน 3 มิติ

หากใครเคยได้อ่านก่อนหน้านี้ ที่ Tonkit360 เขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับศิลปะขยับได้ หรือ Kinetic Art ถึงจะเป็นศิลปะแนวเดียวกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว 

Ob Art แตกต่างจาก Kinetic Art ที่ขยับได้ยังไง?

Kinetic Art เหมือนเป็นการสร้างโมเดลขึ้นมาเลย คือเป็นประติมากรรมที่ขยับได้จริงๆ แต่ Ob Art นั้นเป็นการวาดภาพขึ้นมาเพื่อลวงตาเฉยๆ เป็นเพียงภาพ 2 มิติที่ใช้สี เส้น และรูปทรงหลอกตาเราว่ารูปมันขยับได้ หรือหลอกตาว่ารูปเป็น 3 มิติ 

ทำให้เราเห็นว่าบางอย่างที่คุ้นหูคุ้นตาที่เราเห็นทุกวันนี้อาจจะมีที่มาและประวัติที่น่าสนใจกว่าที่คิด