Avant-Garde (อาวองการ์ด) : ความล้ำยุค ความก้าวหน้า ที่วงการศิลปะ (และสังคม) ควรมีเยอะๆ

พอเราพูดคำว่า Avant-Garde (อาวองการ์ด) ถึงแม้จะยังไม่รู้คำแปลก็รู้สึกได้ถึงความแปลกแล้ว ส่วนคนที่วนเวียนอยู่ในแวดวงศิลปะหรือวัฒนธรรมก็อาจจะคุ้นเคยหน่อย

Avant-Garde มาจากภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า Vanguard หรือ ผู้นำทางสังคม ทหารแนวหน้า ทัพหน้าที่ออกรบก่อนใคร ซึ่งในทางศิลปะจะเอาไว้ใช้เรียกบุคคล หรือกลุ่มลัทธิที่มีความคิดล้ำยุคล้ำสมัยในสมัยนั้นๆ ถึงแม้คำว่า อาวองการ์ด จะไม่ได้มีนิยามตายตัว แต่เราก็สามารถรับรู้ได้ด้วยเซ้นท์ว่าอะไรบ้างที่ควรจัดอยู่ในประเภทอาวองการ์ด

ขึ้นชื่อว่าลัทธิที่ล้ำยุคล้ำสมัยจนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เราจะไม่นึกถึง Impressionism ที่มีโคลด โมเนท์เป็นผู้นำก็ไม่ได้ ถ้าเรามองผลงานลัทธิประทับใจในสมัยนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ใครๆ เค้าก็ทำ แต่ถ้าลองมองย้อนไปซัก 150 ปีที่แล้ว ทุกคนกำลังวาดรูปจากสิ่งที่เห็น พยายามให้เหมือนจริงตามทฤษฎีมากที่สุด แต่ดันมีศิลปินคนหนึ่งที่วาดรูปทุ่งหญ้าเป็นสีม่วง แดง วาดเงาเป็นสีน้ำเงินโผล่ขึ้นมา แน่นอนว่ากระแสแอนตี้มันต้องมาก่อน เสียงวิจารณ์ว่าไม่เหมาะไม่ควรต้องมาก่อนอยู่แล้ว แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าเวลาต่อมามันจะเป็นจุดเปลี่ยนของศิลปะ ให้ศิลปินรุ่นหลังๆ กล้าออกจากกรอบ กล้าวาดอะไรที่ออกจากความเป็นจริง และทำให้ลัทธิทางศิลปะมันพัฒนาไปได้ขนาดนี้

ลัทธิหลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็น Fauvism (ที่ว่าฝีแปรงรุนแรงแบบสัตว์ป่า ใช้สีสดๆ) หรือจะ Expressionism (สำแดงอารมณ์รุนแรงแบบเต็มที่) ก็ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากความอาวองการ์ด กล้าแหวกแนวของลัทธิประทับใจทั้งนั้น แต่ที่เรียกว่าเป็นไอคอนของความอาวองการ์ดเลยก็หนีไม่พ้น Dadaism (อีกแล้ว!) กับศิลปินเด่นๆ ก็คือมาร์แซล ดูชองป์ ที่นำ “โถฉี่” มาร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปะที่เคลมว่ารับแสดงผลงานแบบไหนก็ได้ ไม่จำกัด ในปีค.ศ. 1917 แต่สุดท้ายแล้วโถฉี่ก็ถูกคณะกรรมการปัดตกซะอย่างงั้น ดูชองป์จึงต้องแสดงตัวว่านี่แหละคือผลงานของเขาเอง และลาออกจากการเป็นคณะกรรมการในที่สุด

การนำโถฉี่มาแสดงนั้นทำให้เกิดคำว่า readymade หรือการนำของที่สำเร็จรูปอยู่แล้วมาทำเป็นผลงานศิลปะ ทำให้แวดวงเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ถกเถียง การตั้งคำถาม เหมือนกับที่ดูชองป์ต้องการจะตั้งคำถามกับสังคมและวงการศิลปะว่า สุดท้ายแล้วศิลปะมันคืออะไรล่ะ? มันมีคุณค่าขนาดนั้นจริงๆ หรอ หรือที่จริงแล้วมันสามารถเป็นอะไรก็ได้แม้กระทั่งโถฉี่? จนในที่สุดเราก็ได้เห็นแล้วว่าศิลปะไม่ใช่แค่ตัวภาพเท่านั้น แต่เป็นแนวความคิดด้วย ซึ่งโถฉี่นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้คนหันมาสนใจคอนเซปต์ของงานศิลปะ เป็นแรงบันดาลใจให้คนทำอะไรที่แตกต่าง และทำให้เกิด Installation Art หรือการนำของมาจัดวางเป็นงานศิลปะด้วย

จากที่เล่าๆ มาก็จะเห็นว่านิยามของคำว่า อาวองการ์ด ไม่สามารถอธิบายได้เป๊ะๆ เพราะสุดท้ายแล้วมันคือ คนหรือลัทธิที่ทำสิ่งล้ำสมัยในขณะนั้น และทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคม มันจึงสามารถเป็นใครก็ได้ที่มีความคิดกล้าที่จะแตกต่าง และเราจะเห็นผลของมันว่าการมีคนที่หัวก้าวหน้าหัวล้ำยุคแบบอาวองการ์ดมันส่งผลอะไรให้สังคมบ้าง

เพราะมีอาวองการ์ด โลกถึงก้าวหน้า

ถึงคนส่วนใหญ่อาจจะส่ายหน้า วิจารณ์เสียๆ หายๆ กับความแหวกแตกต่างในตอนแรกๆ แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งแปลกๆ ที่เราเห็นทุกวันนี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญในความกล้าที่จะแตกต่าง กล้าที่จะออกนอกกรอบ ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าไอ้สิ่งนั้นมันดีหรือไม่ดี มันถูกต้องหรือไม่ (แบบงานโถฉี่ของดูชองป์) และเกิดการพัฒนาในที่สุด ใช่ว่าอะไรที่เป็นมาตรฐานเดิมๆ อย่างวัฒนธรรมที่เป็นประเพณีทำต่อกันมานั้นมันไม่ดี แต่เมื่อเราอนุรักษ์ของเก่าแล้ว เราก็ควรจะพัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ด้วย

ลองคิดดูว่าถ้าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครซักคนกล้าออกมาวาดทุ่งหญ้าเป็นสีม่วงสีแดง ไม่คิดจะเอาโถฉี่มาตั้งแล้วบอกว่านี่คืองานศิลปะ ลัทธิทางศิลปะหรือภาพเขียนในปัจจุบันนี้อาจจะยังมีแค่ภาพเหมือนทั่วไปก็ได้ ใครจะไปรู้

ถ้าให้ลองเทียบแบบเห็นภาพชัดที่สุด ความอาวองการ์ดในสมัยนี้คงหนีไม่พ้น Lady Gaga นักร้องชาวอเมริกันที่มักมีทรงผมแปลกๆ ชุดล้ำๆ ใส่ออกงานทำให้คนจับตามอง อย่างชุดเนื้อที่เธอใส่เมื่อปีค.ศ. 2010 ทำเอาหลายๆ คนอ้าปากหวอ และอีกหลายๆ ชุดหลายสไตล์ที่ไม่คิดว่าจะมีคนทำ ทำให้คนทั่วไปชินกับภาพความแปลกของเลดี้กาก้ามากกว่าชุดทั่วไปซะอีก

ส่วนถ้าเป็นฝั่งไทย เราคิดว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มาดามมด พิธีกร นักแสดงชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาจากการทำรายการสอนภาษา และอีกหนึ่งภาพจำของคนนั่นคือการติดขนตา ใส่ชุดแปลก (แปลกแบบมากๆ) กับผมยิ่งใหญ่อลังการไปออกงานต่างๆ จนทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้ไม่ยาก และความตลกที่ดูแล้วอารมณ์ดี แต่บอกเลยว่าคนส่วนใหญ่จำภาพปกติของมาดามมดไม่ได้ยิ่งกว่าเลดี้กาก้าซะอีก ฮ่าา

เราเห็นความอาวองการ์ดไปแล้ว ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่าความกล้าที่จะแตกต่างนี่แหละคือสิ่งที่ขับเคลื่อนศิลปะ (รวมถึงสังคม) ให้พัฒนาและก้าวไปข้างหน้าได้จริงๆ เพราะฉะนั้นเราควรคิดถึงความกล้าที่จะแตกต่างในตัวเราบ้าง ไม่ต้องถึงขั้นเป็นคนเปลี่ยนแปลงยุคแบบดูชองป์ ใส่ชุดเนื้อออกจากบ้านแบบกาก้า หรือทำผมทรงสูงอลังการแบบมาดามมดก็ได้ แค่หาจุดเด่นของตัวเองให้เจอก็พอแล้ว

 

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.visual-arts-cork.com/definitions/avant-garde-art.htmhttps://www.tate.org.uk/art/art-terms/a/avant-garde