เมโทรไลน์กำลังจะเปลี่ยนชีวิตคุณ

น่าคิดเหมือนกันนะครับว่าในอีกสัก 10 ปีข้างหน้า เมื่อบรรดารถไฟฟ้าสายต่างๆที่เป็นโปรเจ็คต์ของรัฐบาลแล้วเสร็จ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนกรุงและคนปริมณฑลมากมายขนาดไหน ความเป็นอยู่ของเราและบรรดาลูกหลานซึ่งต่อไปจะต้องเติบโตขึ้นมาใช้พื้นที่และทรัพยากรเหล่านี้แทนจะเป็นอย่างไร

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 3 วันหลังจากที่นายกฯ “ลุงตู่” ไปตัดริบบิ้นผมได้โอกาสไปทดลองใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีแบริ่งวิ่งยาวไปจนถึงสถานีเคหะซึ่งเปิดให้ทดลองใช้ฟรีปรากฏว่าพี่น้องคนไทยไปขึ้นเป็นเพื่อนมากหน้าหลายตาพอสมควรปริมาณไม่น้อยเกินไปและไม่เยอะเกินไปโดยสารไปกันแบบเต็มตู้พอดีๆ

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ไปลองนั่งก็จะเล่าให้ฟังพอสังเขปส่วนต่อขยายสายนี้เป็นส่วนที่เปิดเพิ่มจากสถานีแบริ่งยาวไปอีก 9 ป้ายครับนั่นคือ สำโรง ปู่เจ้า ช้างเอราวัณ โรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ ศรีนครินทร์ แพรกษา สายลวด และเคหะ

วันที่ไปผมขึ้นจากสถานีปุณวิถีย่านสุขุมวิท 101 เอาเหรียญหยอดใส่ตู้ซื้อบัตรไป 15 บาทขึ้นไปยืนได้ไม่นานผ่านสถานีอุดมสุขบางนาแบริ่งจนถึงสถานีสำโรงเขาให้ลงเพื่อต่อรถอีกขบวนคราวนี้นั่งฟรีไม่ต้องเสียเงิน 

จากสำโรง รถไฟฟ้าวิ่งไปเรื่อยๆ ผมชมทิวทัศน์ระหว่างสองข้างทางซึ่งมองไปไกลๆเห็นถึงสะพานภูมิพล สวยงามมาก พอผ่านโรงเรียนนายเรือมีวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงบริเวณปากน้ำเห็นปากอ่าวแม่น้ำซึ่งจะเชื่อมออกไปยังทะเลอ่าวไทยกว้างใหญ่ไพศาล เรียกว่านอกจากจะช่วยเรื่องการขนคนและการบรรเทาจราจรแล้ว ยังมีของแถมเรื่องการชมวิวและสถานที่สำคัญประกอบไปด้วยครับ

รถไฟฟ้าสายนี้น่าจะมีประโยชน์กับพี่น้องชาวสมุทรปราการมาก เพราะสามารถใช้เดินทางไปสถานที่ราชการของจังหวัดหรือเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่น่าเชื่อนะครับสุขุมวิทสายเก่าเส้นนี้สมัยก่อนรถราติดขัดแสนสาหัส จะเดินทางไปไหนมาไหนประชาชนลำบากเหลือเกิน ทุกท่านก็คงทราบดี แต่วันนี้รถไฟฟ้ามาหานะเธอ หมายความว่าความเจริญได้บุกไปถึงแล้ว

การเดินทางของผมไปสิ้นสุดที่สถานีสุดท้ายคือ เคหะ สมุทรปราการ ซึ่งอยู่เกือบๆจะถึงบางปูอยู่แล้ว นับว่าผู้คิดผู้สร้างอำนวยความสะดวกให้ผู้คนแถวนั้นแบบสุดๆ แต่ก็น่าสนใจว่าจะกำหนดราคาโดยสารกันอย่างไร เพราะถึงตอนนี้คุณคีรี ยังไม่ได้เคาะ

รถไฟฟ้าสายนี้ถือว่าโดนใจครับ เพราะวิ่งผ่าใจกลางเมืองสมุทรปราการ ผ่านบริเวณซึ่งประชาชนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น น่าจะมีประโยชน์มากมายและช่วยขนคนเข้ากรุงได้มากกว่าสายสีม่วง 

ส่วนการเปลี่ยนแปลงอื่นๆที่จะตามมาคือราคาและการพัฒนาที่ดินสองข้างทางจะพุ่งไปขนาดไหน วิถีชีวิตและการเดินทางของผู้คน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยจะเป็นอย่างไร คงต้องรอดูกันต่อไป

ช่วงปีใหม่ใครที่มีเวลาว่างอยากจะทดลองนั่งก็เชิญเลยครับ ก่อนที่เขาจะเริ่มเก็บค่าโดยสารอย่างเป็นทางการครับ.