เส้นทางสู่การเป็นทนายความ กับ ทนายบอย-บัณฑิต

“ทนายความ” ถือเป็นอาชีพที่สำคัญอีกอาชีพหนึ่ง และเป็นอาชีพที่มีเกียรติน่ายกย่อง โดยในการทำงานของทนายความนั้น จะต้องมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ทนายความจึงเป็นอาชีพที่ค่อนข้างกดดัน แต่อาชีพนี้ก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่มาก ดูได้จากคดีที่เกิดขึ้นที่กรมตำรวจ ล้วนแต่ต้องใช้ทนายความเข้ามาช่วยในคดีทั้งสิ้น ซึ่งวันนี้ Tonkit360 ก็ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับ “ทนายบอย-บัณฑิต ไทยผลิตเจริญ” อายุ 39 ปี (ทนายความอิสระ) ที่จะมาให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพนี้ และไขข้อสงสัยว่าไม่ต้องจบเนติบัณฑิต ก็สามารถเป็นทนายความได้จริงหรือ

ทนายความแบ่งเป็นกี่ประเภท

ทนายบอย : โดยหลักใหญ่ๆ ตามรูปแบบการทำงาน จะมีทนายอยู่ 2 ประเภท คือ ทนายที่ปรึกษาคดีอย่างเดียวไม่ว่าความ และทนายว่าความที่ไม่รับปรึกษาเลย ซึ่งที่ต่างประเทศเขาจะแยกชัดเจน แต่สำหรับในประเทศไทย เราจะเห็นว่าทนายทำทั้ง 2 หน้าที่ เนื่องจากในบ้านเราไม่ได้มีข้อห้ามอะไร ส่วนถ้าแบ่งตามการประกอบอาชีพ ก็จะมีทนายหลากหลายประเภทอีก เช่น ทนายขอแรง ทนายอาสา ทนายมืออาชีพ เป็นต้นครับ

ก้าวแรกบนเส้นทางการเป็นทนายความ

ทนายบอย : พอผมเรียนจบนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมก็ก้าวเข้าสู่การเป็นทนายความเลยครับ โดยไปอบรมเพื่อขอใบอนุญาตทนายความ ซึ่งก็ต้องมีการไปยื่นใบสมัครเพื่ออบรม ผ่านเงื่อนไขและขั้นตอนของสภาทนายความ ซึ่งเงื่อนไขในการอบรมก็จะมีการสอบตั๋วทนายความ ได้แก่ ตั๋วรุ่น (สอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติ) หรือตั๋วปี (สอบข้อเขียนเพียงครั้งเดียว) ทั้งนี้ก็แล้วแต่สภาทนายความจะกำหนด โดยส่วนตัวผมจบการสอบแบบตั๋วรุ่นครับ

ไม่ต้องจบเนติบัณฑิต ก็เป็นทนายความได้

ทนายบอย : ได้ครับ แต่อันดับแรกคนที่จะมาเป็นทนายความได้ ต้องเรียนจบหลักสูตรนิติศาสตร์เท่านั้น แล้วไปอบรมขอใบอนุญาตทนายและสอบตั๋วทนาย แต่สำหรับเนติบัณฑิตจะมีความยากกว่าตรงที่ว่า จะเป็นการนำเอาเนื้อหาทั้งหมดจากที่เรียนนิติศาสตร์ 4 ปี มารวมเหลือแค่ 2 เทอมหรือ 1 ปี โดยถ้าคุณสอบภาค 1 และภาค 2 ผ่าน ก็สามารถจบเนติบัณฑิตได้ครับ (เนติบัณฑิต คือ หลักสูตรกฎหมายที่สูงกว่าปริญญาตรีแต่ไม่ใช่ปริญญาโท)

ใน 1 วันทนายความจะต้องทำอะไรบ้าง

ทนายบอย : ส่วนของผมที่เป็นทนายความอิสระ ถ้าใน 1 วันนั้นก็จะมีไปว่าความที่ศาล ออกมาพบลูกความบ้าง แต่หากวันไหนไม่ได้มีงานตรงนี้ ผมก็จะเตรียมเอกสารต่างๆ ไว้ พูดง่ายๆ ว่าการเป็นทนายความต้องเป็นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อพร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ลูกความได้ ซึ่งมันก็เลยจะไม่มีเวลาที่แน่นอนครับ

รายได้ของทนายความอิสระ

ทนายบอย : พูดตามตรงคือผมจะทำงานที่ช่วยเหลือสังคมมากกว่า โดยผมมองว่าแม้ทนายขอแรงหรือทนายอาสา เขาจะได้ค่าตอบแทนส่วนหนึ่ง แต่ในบางเคสที่เราก็ช่วยเหลือได้ ผมเลยไม่ซีเรียสเรื่องค่าใช้จ่ายอะไร ด้วยผมทำงานอีกหลายส่วน ได้แก่ อบรมวิชาชีพทนายความ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และเขียนหนังสือด้วย จึงไปคาดหวังกับรายได้ในงานอื่นมากกว่าครับ

คุณสมบัติที่เหมาะสมแก่การเป็นทนายความ

ทนายบอย : อันดับแรกผมว่าจะต้องเป็นคนที่รักในอาชีพนี้ก่อน เพราะว่ารายได้มันไม่แน่นอน อีกอย่างคือต้องมีความอดทนสูง และสามารถรับแรงกดดันได้เป็นอย่างดี สุดท้ายก็คือชอบแสวงหาความรู้ เพื่อที่จะมาดูแลลูกความ รวมถึงมีความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้กับลูกความได้ครับ

ความกดดันในอาชีพทนายความคืออะไร

ทนายบอย : กดดันหลายส่วนเลยครับ อาชีพทนายความเป็นอาชีพที่กดดันมาก ยกตัวอย่างเช่น เราอยากช่วยลูกความมากแต่ยังรู้สึกว่าช่วยได้ไม่เต็มที่ หรือลูกความบางรายที่มาปรึกษาเราแต่เขามีความจู้จี้จุกจิก แบบนั้นก็กดดันเหมือนกันนะ หรืออีกกรณีที่เราไปแสวงหาพยาน แล้วพยานไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ก็กดดันอีกซึ่งเพราะเราทำงานกับคนหลายคน มันจึงเป็นอะไรที่ควบคุมไม่ได้นั่นเองครับ

ในการว่าความทนายต้องรักษาประโยชน์ให้ลูกความมากแค่ไหน

ทนายบอย : ผมจะยึดความถูกต้องเป็นหลัก และพิจารณาให้ทุกสิ่งมันเป็นประโยชน์ต่อลูกความมากที่สุด ถ้ามีลูกความที่มาปรีกษาในทำนองจะไปคดโกงคนอื่น อันนี้ผมก็จะไม่รับทำคดีเลยครับ ซึ่งผมยึดดุลยพินิจตัวเองเป็นหลักด้วย

คดีไหนยากที่สุดเท่าที่เคยว่าความมา

ทนายบอย : ก็มีหลายเคสนะครับแต่โดยส่วนใหญ่ผมทำคดีอาญา ยกตัวอย่างเคสที่ยากเลยก็จะเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงๆ เช่น ประหารชีวิต ซึ่งผมก็ต้องใส่ใจเคสนี้เป็นพิเศษ เอาง่ายๆ ว่าคดีไหนก็ตามที่ถูกฟ้องไปแล้ว มันก็จะเป็นเคสที่ยากมากกว่าคดีอื่นๆ แน่นอน แต่สำหรับเคสไหนที่มีอัตราโทษสูงๆ อันนั้นมันก็จะเครียดมากเป็นพิเศษมากกว่าครับ

เทคนิคในการจดจำมาตราต่างๆ

ทนายบอย : เวลาเรียนมันก็จะอีกแบบหนึ่งครับ ส่วนเวลาทำงานก็จะอีกแบบหนึ่งเช่นกัน เทคนิคของผมคือจะอาศัยความเข้าใจมากกว่าการจดจำด้วยตัวเลข แล้วก็จะใช้หลักการอ่านบ่อยๆ แล้วมันก็จะจำได้เองครับ อีกอย่างที่ผมอยากแนะนำคือคิดให้มันเป็นใยแมงมุม แต่ละมาตราต้องมีความสัมพันธ์กัน แล้วจะเข้าใจระบบทั้งหมดครับ

ฝากถึงน้องๆ ที่อยากจะสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ และอยากจะประกอบอาชีพทนายความ

ทนายบอย : ก็อยากจะให้มีความตั้งใจ อ่านหนังสือกันเยอะๆ ด้วยความที่คณะนิติศาสตร์มีคนนิยมเรียนมาก เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูกกว่าคณะอื่น รวมถึงจบมาก็มีแนวทางในการประกอบอาชีพที่หลากหลาย โดยเป็นอาชีพที่มีเกียรติและน่ายกย่อง จึงมีการแข่งขันที่สูง แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนด้วย ก็อยากจะให้ตั้งใจแล้วก็หมั่นเรียนรู้อยู่ตลอดเวลานะครับ

ช่องทางการติดต่อขอปรึกษาคดี

ทนายบอย : ผมยินดีให้คำปรึกษานะครับ สามารถทักข้อความ inbox มาได้ที่ facebook : Bundit Thaipalitcharoen ก็ทิ้งข้อความที่อยากปรึกษาไว้ได้ ถ้าผมสะดวกก็จะตอบกลับไป ยินดีช่วยเหลือครับ ขอบคุณครับ