ไปมาเลเซีย ใช้เวลากี่ชั่วโมง

 

ก่อนทัวร์นาเมนท์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนจะเปิดฉากขึ้น ผมเคยพูดถึงกระแสฟุตบอลทีมชาติไทยที่ค่อนของจะซบเซาลงไปในยุคนี้ ซึ่งในที่สุดทีมไทยของเราก็กรุยทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดยจะเตะแบบเหย้า-เยือน พบกับมาเลเซีย เริ่มเลกแรกวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมนี้ ที่บูกิต จาลิล

แม้จะผ่านเข้าถึงรอบรองฯ แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า กระแสฟุตบอลในบ้านเรา คนส่วนใหญ่ยังดูบอลนอกเป็นหลัก คนที่ตามบอลไทยจริง ๆ ถึงจะอินกับกระแสนี้ อย่างไรก็ดี ประเด็นที่นักข่าวสายกีฬาบ้านเรากำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างเผ็ดร้อน คือ แผนการเดินทางของทีมชาติไทย ที่ใช้เวลารวมตั้งแต่นัดเจอที่สนามบิน ไปจนถึงกัวลาลัมเปอร์ร่วม ๆ 7 ชั่วโมง !

อ่านไม่ผิดแน่นอนครับ เพราะแผนการเดินทางของทีม “ช้างศึก” มีการประกาศออกมาชัดเจน ทำเอาผู้สื่อข่าวและแฟนบอลหลายคนงงไปตาม ๆ กัน เพราะเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปเคแอล ไม่ว่าจะขึ้นจากดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิเวลามาตราฐานในการบินก็ทราบกันอยู่แล้วว่าอยู่ที่ราว 2 ชั่วโมงเศษเท่านั้น

ตามกำหนดระบุว่า วันที่ 29 พฤศจิกายน (ก็คือวันนี้) ทีมชาติไทยทั้งหมดนัดหมายกันที่สุวรรณภูมิ จากนั้นเวลา 15.50 น. ขึ้นเที่ยวบิน (ตามข่าวไม่ได้ระบุสายการบิน) ไปยังสมุย และเวลา 17.45 น. เดินทางจากสมุยไปสนามบินเคแอล และจะใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมง 45 นาที ไปถึงมาเลเซียเวลาในเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุผลเบื้องลึกในของแผนนี้ไม่มีใครทราบนอกจากทีมบริหารจัดการในสมาคมฯ ทว่าแหล่งของของสมาคมลูกหนังไทยระบุว่า เนื่องจากไฟลท์ในช่วงเย็นที่จะเดินทางไปเคแอลไม่สามารถรองรับนักเตะและทีมงานได้ทั้งหมด ทีมสต๊าฟจึงไม่อยากแยกกลุ่มในการเดินทาง ทำให้ต้องใช้แผนบินไปแวะเกาะสมุยในการเดินทางครั้งนี้

พูดถึงการเดินทางไปมาเลเซียแล้วต้องใช้เวลาขนาดนี้ ผมเคยมีประสบการณ์บินไปเคแอลด้วยการใช้เวลาประมาณนี้มาแล้ว ตอนนั้นเป็นความผิดพลาดส่วนตัวของผมเองที่ดันจองตั๋วผิดเดือน เลยต้องรีบไปรอลุ้นขึ้นเครื่องในรูปแบบของ waiting list หรือการไปรอเอาดาบหน้าว่า จะมีที่่ว่างในไฟลท์นั้น ๆ ให้คุณได้ขึ้นเครื่องไปด้วยหรือไม่นั่นเอง

สำหรับผมหรือนักท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะไม่แปลกครับที่ใช้เวลาขนาดนั้น แต่เคสนี้มัน คือ การจัดการในระดับทีมชาติไทยชุดใหญ่ ถึงตอนนี้ยังงงกันอยู่ว่า เกาะสมุยมีดีอะไร จะไปแข่งที่มาเลเซีย แต่บินไปเกาะสมุยทำไม (ฮา)