ประสบการณ์ 10 กม.ครั้งแรก!

เชื่อว่าในช่วงชีวิตหลายคนคงแอบมีความคิดอยากจะเป็น ฟอร์เรสต์ กัมป์ ลุกขึ้นมาวิ่งระยะทางไกลๆเพื่อปลดปล่อยจิตไม่ให้ยึดติดกับประสบการณ์เดิมๆ ผมเองก็เช่นเดียวกันและเพิ่งจะมีโอกาสลองเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

ชายวัยกลางคนอย่างผมตัดสินใจกัดฟันลงวิ่ง 10 กม.ในรายการ “สิงห์ดำรัน” โดยบริเวณจุดสตาร์ทอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ให้วิ่งไปถึงสนามศุภชลาศัยทะลุเข้าสนามบอลจุฬาฯ แถวๆถนนบรรทัดทอง อ้อมกลับมาเข้ารั้วจามจุรีทางฝั่งสระน้ำใหญ่ต่อไปคณะอักษรศาสตร์ ออกไปยังถนนอังรีดูนังต์ วิ่งไปเกือบๆถึงสยามแล้ววกกลับมาเข้าเส้นชัยที่จุดสตาร์ท

แน่นอนครับ การทำอะไรครั้งแรกมันมักจะมีอารมณ์แอบหวั่นว่าเราจะทำได้หรือ ? จะเป็นลมก่อนถึงเส้นชัยหรือไม่? แม้กระทั่ง กรูจะวิ่งถูกทางเขามั้ยวะเนี่ย ? ร้อยแปดพันเก้ามีให้วิตกกันก่อนออกจากจุดสตาร์ท

การวิ่งมาราธอน (มินิ) แบบนี้ มันเหมือนการผสมผสานการควบคุมร่างกายและจิตใจของตัวเราเอง บวกกับการวางแผนการวิ่งให้ดี ว่าช่วงไหนควรใช้เวลาเท่าไหร่ ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของเรา เพื่อให้ไปถึงเส้นชัยได้สำเร็จ

จริงๆแล้วมันก็ต้องนับตั้งแต่การเตรียมความฟิตก่อนหน้านั้นด้วย การซ้อมวิ่ง ซ้อมร่างกาย ให้พร้อมก่อนการแข่งขัน ไม่ใช่อยู่ดีๆนึกจะวิ่งก็ลงสมัครเลย อย่างนี้อันตราย

ถึงวันแข่งปรากฏว่าผมได้เห็นคนรักสุขภาพไปลงร่วมวิ่งด้วยมากหน้าหลายตาเกือบๆ 3 พันคน ชื่นใจว่ายังมีคนไทยที่รักสุขภาพกันมากเลยทีเดียว ที่น่าแปลกใจคือมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอยู่นิดๆด้วยซ้ำ ซึ่งส่วนใหญ่รวมทั้งผมเองด้วยก็สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยคว้าเหรียญที่ระลึกเอาไปนอนกอดเป็นความภาคภูมิใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราทำได้แล้ว และคงจะไม่ใช่แค่รายการเดียวที่ลงแข่งอย่างแน่นอน

สุดท้ายผมมีข้อแนะนำจากเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญในการวิ่งมาบอกต่ออยู่ 2-3 ข้อด้วย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจจะวิ่งไม่มากก็น้อยครับ

ข้อแรก คือก่อนแข่งอย่าได้ไปวิ่งทั้งๆที่ท้องว่างเป็นอันขาด จะเป็นอันตรายต่อร่างกายเพราะคุณต้องใช้พลังงานสูงมาก ตื่นมารีบหาอาหารเบาๆที่ให้พลังงานมากอย่าง ไข่ต้ม แซนด์วิช กล้วยหอม ช็อกโกเลต ใส่ท้องก่อนลงแข่ง

ข้อสอง เตรียมตัวให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งมีสมาธิระหว่างวิ่งให้สนใจเวลาของตัวเองเป็นหลัก แบ่งระยะการวิ่งให้ดี ทำตามที่ซ้อมมา ไม้บ้าจี้เร่งตามคนอื่นจนแพ้ภัยตัวเอง

ข้อสุดท้าย ยากที่สุดคือการฟื้นฟูสภาพร่างกายตัวเองหลังแข่งจบ ก่อนอื่นเลยต้องวอร์มดาวน์ยืดเหยียด กลับบ้านให้แช่เท้าแช่ขาในน้ำเย็น+น้ำแข็ง 5-10 นาที ถ้าทำได้ก็จะทำให้คุณเผชิญกับการระบมน้อยลงไป

ขอให้ทุกท่านที่มีความฝันจะลงวิ่งเพื่อสุขภาพระยะทางแบบนี้อย่าได้รั้งรอเลยครับ ขนาดผมที่ว่าขี้เกียจๆยังทำได้ คุณก็ต้องทำได้หากตั้งใจจริงครับ.