[รีวิว] The Girl in the Spider’s Web : หนังหาวปี 2018

ใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกปี ก็จะมีหนังแปลกแหวกแนวเข้ามาให้ได้เลือกดูกัน หนังเรื่อง The Girl in the Spider’s Web ก็เป็นอีก 1 เรื่องที่ดูแปลกและน่าสนใจ แต่แท้จริงแล้ว หนังเรื่องนี้นั้น ทาง Tonkit360 บอกได้คำเดียวว่า น่าหาวที่สุดประจำปี 2018 เลยทีเดียว โดยอยากจะให้ผู้อ่านมาดูกันว่า ทำไมผมถึงคิดอย่างนั้น และหนังเรื่องนี้ควรค่าแก่การดูหรือไม่ ?

พลอตเรื่องหนังเดาทางง่าย ถึงง่ายมาก

หนังเรื่องนี้ เปิดเรื่องมาโดยที่ไม่รู้ว่า มันคือที่ไหน บอกเพียงแต่ว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องการพาน้องสาวหนีพ่อตัวเอง แต่น้องดันไม่ทำตาม ทำให้หนีรอดไปได้คนเดียว (เดี๋ยวจะมาบอกสาเหตุที่ว่า ทำไมถึงหนี) และก็หลักสูตรเดิมของหนัง ต่างฝ่ายต่างต้องห้ำหั่นกันและกันเอง สุดท้ายปลายทางก็เหมือนหนังสำเร็จรูปทั่วไป ทำให้รู้สึกเฉยมากกับพลอตเรื่องนี้

ทีมอาร์ตชัดเจนเกินไป

ถามว่า ชัดเจนเกินไปไม่ดีหรอ มันก็ดี แต่สำหรับผมรู้สึกว่า ดูถูกคนดูเกินไป เราต่างรู้ว่า ขาวคือฝั่งดี ดำคือฝั่งร้าย แดงคือร้อนแรง เขาทำให้เราเห็นอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่า สีแต่ละอย่างไม่ได้บ่งบอกอะไรในหนังเป๊ะขนาดนั้น แต่มันก็ตีความได้ง่ายเกิน ง่ายจนรู้สึกว่า ทำให้หนังดูน่าเบื่อจนเกินความพอดี

ความสัมพันธ์ของตัวละครถูกยัดเยียดจนเกินไป

หนังปูเรื่องราวมาตั้งแต่ตอนเด็ก แต่สุดท้ายกลับไม่พูดถึง มาพูดอีกที คือ ตอนโตเลยซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเป็นการย่นเวลาของหนังที่ไม่ต้องเล่าอะไรมาก แต่อย่าลืมว่า คุณทำหนังให้คนดู บางส่วนเขาไม่ได้เข้าใจกับคุณด้วย ซึ่งมีคำถามมากมายว่าคนนี้ใคร นางเอกเป็นอะไร มีความสัมพันธ์ไรกับนักข่าวหรอหรือยังไง ซึ่งขาดตรงนี้ไป ทำให้หนังดูไม่ติดต่อกับคนดู อยากจะจับใครใส่เข้ามาก็จับ อย่างนี้เอาคนขอทานมาเมคว่า เก่งคอมก็เป็นวายร้ายได้เหมือนกัน

ทั้งหมดที่กล่าวมา อาจจะเป็นข้อเสียบางส่วน ซึ่งที่จริงมีเยอะกว่านี้ แต่ผมขอไม่พูดถึงมาก ดังนั้น เรามาดูข้อดีกันบ้างดีกว่าว่า ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงยังควรค่าแก่การไปดู

หนังเล่าวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

ในหนังนั้น จะเล่าถึงการเล่นหมากรุกบ่อยมาก ซึ่งต้องการบ่งบอกว่า ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้ายต่างมีสติสัมปชัญญะดีมาก ต่างใช้สมองในการห้ำหั่นกัน โดยนางเอกก็เป็นแฮกเกอร์ระดับเทพอีกต่างหาก (เป็นได้ไงไม่รู้อยู่ดี ๆ ก็เป็น) ไปเรียนวิชามาจากใครก็ไม่รู้ หนังไม่ได้เล่าไว้ แต่หนังเล่าถึงว่า นางเอกนั้นจะช่วยคนยังไง ถ้าตัวเองเสียเปรียบจะแก้ทางได้อย่างไรบ้าง ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจ

หนังพูดถึงการทำร้ายผู้หญิง และเล่นเรื่อง LGBT ได้ดี

อย่างที่เกริ่นไปว่า นางเอกหนีพ่อตั้งแต่ตอนยังเด็ก และยังบอกอีกว่าพ่อตัวเองโรคจิต อีกทั้งโตมายังทำตัวเป็นศาลเตี้ยคอยช่วยเหลือคนที่ถูกรังแกอีกด้วย ซึ่งกล่าวออกมาได้ค่อนข้างดี อาจจะเป็นเพราะว่า ประเทศเขามีเรื่องพวกนี้เยอะเลยใช้หนังเป็นตัวสื่อ รวมถึง LGBT ที่พูดถึงด้วย ถึงแม้จะดูเบาบาง แต่ก็เป็นที่ยอมรับได้ในสังคม ซึ่งโดยรวมหนังคงเล่นอะไรตรงนี้ได้ไม่เยอะ เลยเอาปมช่วยโลกเข้ามาเกี่ยว แต่สุดท้ายก็กลับมาจบที่ปมทำร้ายผู้หญิงเหมือนเดิม ถ้าคนไม่คิดอะไรก็คงดูแล้วสนุก

สุดท้าย ถ้าใครหวังว่า จะเห็นนางเอกบู๊ล้างผลาญ ทลายแก๊งมาเฟีย ยิงสนั่นเมือง ตรงนี้ผมขอโทษที่สปอย นางเอกไม่ได้ยิงปืนเลยสักนัดเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะบู๊ไม่ได้ ก็ถือว่าสนุกระดับนึง แต่ถ้าเอาจริง ๆ อยากให้ปรับบทตัวละครมากกว่านี้ เล่าพื้นหลังตัวละครมากกว่านี้ อาจจะทำให้หนังนั้นน่าดูมากกว่านี้ ถึงแม้จะมีภาคก่อน ๆ หรือรีเมคมายังไงก็แล้วแต่ อย่างน้อย ก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นด้วยว่า เขาไม่ได้ดูมาก่อนที่จะมาดูภาคนี้ ซึ่งถ้าแก้จุดนี้ได้ หนังจะออกมาสนุกมากอย่างแน่นอน

– Tonkit360 ให้คะแนนความน่าดู 3/10 –