เวียดนาม กรังด์ปรีซ์

ข่าวฮือฮาฝั่งมอเตอร์สปอร์ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนีไม่พ้นการที่ “เวียดนาม” บรรลุข้อตกลง เตรียมจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก (เอฟวัน) ในปี 2020 !

ถึงขนาดที่สื่อบางเจ้าในบ้านเราพาดหัวข่าวว่า “เวียดนาม ปาดหน้าไทยจัดเอฟวัน” ก็มีเช่นกัน ซึ่งถ้าจะให้พูดตามตรง คือ “ประเทศไทย” ของเรา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยครับ เพราะข้อตกลงนี้ เป็นการดีลกันระหว่างเวียดนามกับเจ้าของลิขสิทธิ์เอฟวัน ฉะนั้น นี่ไม่ใช่การปาดหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น

คำถามที่ตามมา คือ ใช้สนามไหนแข่ง ?  เป็นสตรีทเซอร์กิต หรือสร้างสนามขึ้นมาใหม่ ? ซึ่งคำตอบ ก็คือ เขาจะใช้รูปแบบการแข่งขันแบบสตรีทเซอร์กิต ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม โดยส่วนหนึ่ง จะปรับปรุงพื้นผิวถนนที่มีอยู่เดิม และอีกส่วนจะเป็นการสร้างถนนขึ้นมาใหม่ สำหรับแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งถนนที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้น หลังจบเรซก็สามารถใช้สัญจรเป็นเส้นทางจราจรได้ตามปกติ

ส่วนคนที่ดูแลการออกไม่ใช่ใครอื่นครับ เฮอร์มัน ทิลเก้ นักออกแบบผู้ผูกขาดสนามแข่งเอฟวันยุคใหม่ ซึ่งแทร็กที่วางเลย์เอาท์กันไว้แล้ว จะมีความยาวต่อรอบ 5.565 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ความยาวต่อรอบที่ถือว่ายาวมาก ๆ เกือบเท่ากับสตรีทเซอร์กิตที่บากู ในประเทศอาเซอร์ไบจานเลยทีเดียว ที่สำคัญ จะมีทางตรงยาวด้านหลังยาวถึง 1.5 กิโลเมตร

ลำพังทางตรงที่สนามช้างฯ จากโค้ง 1 ไปสุดที่โค้ง 3 ความยาว 1 กิโลเมตร ว่ายาวแล้วใช่ไหมครับ แต่ที่เวียดนาม นักขับจะต้องเหยียบคันเร่งกันไปยาว ๆ ในระยะทางหนึ่งกิโลเมตรครึ่งเลยทีเดียว ซึ่งความเร็วสูงสุดตามที่เว็บไซต์ฟอร์มูลา วัน ให้ข้อมูลไว้จะอยู่ที่ 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ดูแล้วทางตรงระดับนี้ ยังไงก็มีแตะ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแน่นอน

ไม่รู้ว่า เมื่อไปถึงปี 2020 ตอนนี้ปฏิทินแข่งเอฟวัน จะมีรวมกันทั้งหมดกี่สนามใน 1 ปี นะครับ แต่ที่แน่ ๆ “เวียดนาม จีพี” ถือเป็นผลงานชิ้นแรกของ ลิเบอร์ตี้ มีเดีย กลุ่มผู้บริหารใหม่จากสหรัฐฯ ที่เข้ามาดูแลกิจการต่อจาก เบอร์นี่ เอคเคิลสโตน หลังจากพยายามจะทำข้อตกลงกับสตรีทเซอร์กิตในไมอามี ซึ่งมีรูปแบบเลย์เอาท์คล้าย ๆ กัน ทว่าสุดท้ายดีลนั้นยังไม่เกิดขึ้น

รวมถึงยังไม่ชัดเจนว่า หลังจบฤดูกาล 2019 บรรดาสนามแข่งสุดคลาสสิค ทั้งในอังกฤษ เยอรมนี และบราซิล จะได้ต่อสัญญาจัดต่อหรือไม่ หรือผู้จัดจากสหรัฐฯ กำลังจะยกเครื่องหาสนามใหม่ ๆ ทั่วโลกเข้ามาแทนที่สนามแห่งตำนานเหล่านั้น

สิ่งหนึ่งที่ผมและแฟนเอฟวันยุคเก่ารู้สึกได้ การแข่งขันในสนามเอฟวันยุคใหม่ตามแบบฉบับของทิลเก้ ดูอย่างไรก็ไม่สนุก ไม่เหมือนกับเราดูการแข่งขันที่อินเตอร์ลากอส ในบราซิล ดูการทำความเร็วในโค้ง Eau Rouge ที่สนามสปาฯในเบลเยี่ยม หรือกระทั่งสนามโค้ง S ต่อเนื่อง ที่สนามซูซูกะ ประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี “เวียดนาม จีพี” อาจทำออกมาได้ดีเกินคาด เหมือนกับสตรีทเซอร์กิตที่บากู  ที่กลายเป็นสนามที่ดูสนุกที่สุดสนามหนึ่งในปฏิทินแข่งเอฟวันก็เป็นได้ หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ