Girl From Nowhere – เกิดเป็นมนุษย์อย่าโลกสวย

น่าชื่นชมที่วงการละครไทย (หรือเรียกแบบอินเตอร์หน่อยว่า ซีรีส์) ยุคปัจจุบัน ผู้จัด ผู้สร้างช่องต่าง ๆ เริ่มนำเสนอเรื่องราวแปลกใหม่ออกมาเสิร์ฟให้ผู้ชมได้ติดตามกันแบบไม่ซ้ำรสชาติอย่างต่อเนื่อง นอกจากละครชิงรักหักสวาท และหนึ่งในละครซีรีส์ที่สร้างกระแสในโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดีในหลายเดือนที่ผ่านมา ก็คือ ซีรีส์ “เด็กใหม่” (Girl From Nowhere) ที่ทำให้วัยรุ่นไทยรู้จักสาวแสบที่ชื่อ “แนนโน๊ะ” กันทั้งประเทศ

“เด็กใหม่” คือซีรีส์ความยาว 13 ตอนจบ จากค่าย GMM แกรมมี่ ออกอากาศช่อง GMM25 ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา น่าเสียดายที่ว่า ตอนนั้นทางสถานีเลือกฉายทางทีวีอย่างเดียว ดูย้อนหลังไม่ได้ ทำให้หลายคนที่ไม่ได้รับชมแบบสด ๆ ทุกสัปดาห์พลาดโอกาสไป แต่หลังจากที่ฉายครบ 13 ตอน สถานีก็นำซีรีส์นี้ไปลงในสตรีมมิ่งชื่อดัง Netflix แบบครบทุกตอน ใครที่พลาดชมครั้งนั้นได้ย้อนกลับไปดูแบบเต็มอิ่ม พร้อมข้อความเชิญชวนว่า “โหดกว่า หวาดเสียวกว่าดูในทีวี” (นี่ซีรีส์หรือหนังเชือดกันแน่คะเนี่ย)

ซีรีส์ชุด “เด็กใหม่” ทั้งหมด 13 ตอน ถูกสร้างโดยผู้กำกับ 9 คน ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดจะหยิบยกข่าวฉาวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และสังคมโรงเรียนมาตีแผ่ เช่น ครูลวนลามลูกศิษย์, ความรักวัยเรียน, การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น, ระบบการศึกษาในโลกทุนนิยม, ด้านมืดในจิตใจมนุษย์ ฯลฯ และทุกตอนจะมีตัวละครหลักอย่าง แนนโน๊ะ นักเรียนหญิงคนใหม่ที่ไม่ว่าจะย้ายไปโรงเรียนไหน ชีวิตอันแสนสงบสุขของนักเรียนและอาจารย์ที่นั่น ก็จะพบกับความฉิบหายทุกครั้งไป เป็นคนคอยดำเนินเรื่อง พร้อมกับยุแยงให้ตัวละครแต่ละตอนแสดงธาตุแท้ด้านมืดออกมา ท้าทายจิตใจตัวเอง

สารภาพก่อนว่า ผู้เขียนไม่ได้ติดตามคุณน้องแนนโน๊ะมาตั้งแต่ตอนที่ฉายในทีวี แต่มาดูย้อนหลังทาง Netflix จึงบอกไม่ได้ว่า เวอร์ชั่นในทีวีกับแอปฯ ดูหนังออนไลน์แตกต่างกันจุดไหน ขณะที่ตัวละครหลักที่ต้องแบกซีรีส์นี้ไปให้ถึงตลอดรอดฝั่งอย่าง แนนโน๊ะ (แสดงโดย น้องคิตตี้ ชิชา อมาตยกุล) ก็เล่นได้น่าประทับใจ กับบทนักเรียนหญิงทรงผมหน้าม้าที่ปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นด้วยแววตาแฝงเลศนัย และเต็มไปด้วยปริศนาที่ไม่บอกให้คนดูรู้ว่า เธอคือใคร มาจากไหน ขณะเดียวกัน ซีรีส์ก็ไม่ได้วางท่าทีเน้นสมจริงแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังใส่ความแฟนตาซี เซอร์เรียล ต่าง ๆ นานา เพื่อผลักดันเรื่องราวไปให้สุดขอบฟ้าเพิ่มอรรถรสด้วย

หลังจากที่ดูครบ 13 ตอนแล้ว ผู้เขียนพบว่า แต่ละตอนของ เด็กใหม่ มีประเด็นที่น่าสนใจ มีหลายตอนที่รู้สึกประทับใจ เช่น EP.1 เล่าเรื่องครูหนุ่มที่หลอกนักเรียนหญิงมาล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอไว้แบล็คเมล์ ก่อนถูกน้องแนนโน๊ะเอาคืนแบบแสบสัน EP.2 นักเรียนหญิงที่ล่อลวงเพื่อนสาวร่วมชั้นไปให้เพื่อนผู้ชายกระทำชำเรา EP.3 นักเรียนหญิงที่พยายามสร้างผลงานให้ตนเองมีหน้ามีตาในโรงเรียน แม้จะต้องก๊อปรูปจากอินเทอร์เน็ตมาวาดใหม่แล้วโมเมว่า เป็นผลงานตัวเองก็ตาม EP.4 การหลอกเพื่อนว่า ตัวเองเป็นลูกคนมีฐานะ เพื่อจะได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ  ที่อยู่ในสังคมไฮโซ

อีกตอนที่ชอบมาก คือ EP. 6-7 เมื่อนักเรียนสาวคนหนึ่งมีอำนาจบงการชีวิตคนได้ เธอจึงใช้อำนาจเหล่านั้นจัดการคนที่ทำให้ชีวิตเธอไม่มีความสุข ผ่านการเขียนกำแพงในห้องน้ำหญิง ที่เขียนอะไรทุกอย่างก็จะเป็นจริงตามนั้น นับเป็นตอนที่เซอร์เรียลเหนือธรรมชาติมาก ๆ แต่ด้วยการแสดงที่ดีของเหล่านักแสดงใน 2 ตอนนี้ บวกกับการเล่าเรื่องที่ขับเคลื่อนอย่างสุดโต่งสะใจ แม้จะดูไม่เป็นมิตรกับผู้ชมทั่วไปบ้าง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคุณมีอำนาจอยู่ในมือ คุณเลือกจะใช้มันในทางที่ถูกหรือผิดกันแน่

อย่างไรก็ตาม แม้ประเด็นจะดีแค่ไหน แต่สารภาพตามตรงว่า ผิดหวังกับซีรีส์ชุดนี้พอสมควร ช่วง EP. แรกนั้น ทำได้ดีมากในการเสนอตัวเองให้คนดูรู้จักตัวละครอย่าง แนนโน๊ะ และสังคมโลกไม่สวยที่เธอดำรงอยู่ แต่ EP. หลัง ๆ นั้น เปิดแผลเหวอหวะให้เห็นตลอดเวลาจากบทละครที่เต็มไปด้วยช่องโหว่เสียสติ และส่วนใหญ่ก็มาจากพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องที่ไม่ใช่ แนนโน๊ะ เพราะขณะที่ แนนโน๊ะ ถูกตั้งสถานะว่า เป็นตัวละครที่อยู่เหนือตรรกะและเหตุผลใด ๆ ไปแล้ว (ฆ่าไม่ตาย, ปรากฏตัวได้ทุกที่เหมือนผี) ตัวละครมนุษย์ ในแต่ละตอนล้วนทำเรื่องไร้เหตุผลชวนหงุดหงิดทุกครั้งไป

หากจะยกตัวอย่างสักนิดหน่อย ก็เช่น EP.9 ขณะที่นักเรียนกลุ่มหนึ่งและอาจารย์ขังตัวเองอยู่ในห้อง เพื่อเอาตัวรอดจากนักโทษแหกคุกที่ไล่แทงนักเรียนอยู่ข้างนอก นักเรียนชายคนหนึ่งที่เถียงกับอาจารย์ช่วงต้นเรื่อง พูดขึ้นมาว่า “ครูครับ ผมต้องทำการบ้านต่อไหม” โอ้ย ประสาทเสียหรืออย่างไร ใช่เวลาที่มาประชดประชันแบบนี้ไหม หรือ EP.5 เรื่องความรักวัยเรียน ความประสาท ก็คือ ไม่ว่าคู่พระ-นาง ในเรื่องจะทำอะไร ก็จะมีตากล้องคอยถ่ายวิดีโอไว้ตลอดเวลา ตามติดทุกฝีก้าว และเอาคลิปไปลงเฟซบุ๊กเพื่อเรียกยอดไลค์ แถมคู่พระนางก็ไม่รู้สึกรำคาญด้วย ถามจริง ๆ เถอะค่ะว่า ในโลกความเป็นจริงนี่ จะมีหนุ่ม-สาวคู่ไหน ยอมให้คนมาถ่ายวิดีโอทุกฝีก้าวแบบนี้ ดูแล้วเสียสติอย่างแรง

ที่รับไม่ (ค่อยจะ) ได้เลยก็คือบาง EP. ที่คนเขียนบทกำหนดให้ แนนโน๊ะ ออกมาสั่งสอน เรื่องศีลธรรมให้คนดูรู้จักเรื่องผิดชอบชั่วดี ที่ชัดเจนคือ EP.10 เรื่องของครูที่หวังปฏิรูประบบการศึกษา หลังจากควักปืนกราดยิงนักเรียนและครูคนอื่นตายไปหมดแล้ว แนนโน๊ะ ก็โผล่มาแล้วถามแบบเยือกเย็นว่า “ครูทำแบบนี้ช่างเห็นแก่ตัวจริง ๆ เลยนะคะ ครูนี่ก็เลวไม่แพ้คนอื่นเลย” ดูจบนี่ถ้าไม่คิดเสียดายคอมพิวเตอร์ที่เปิดดู ก็คงโยนออกนอกหน้าต่างไปแล้ว ในยุคสมัยที่ภาพยนตร์และซีรีส์ยุคใหม่ให้คนดูตัดสินใจเรื่องพฤติกรรมของตัวละครด้วยตัวเองว่าถูกหรือผิด ก็ยังมีซีรีส์หลงยุคแบบ “เด็กใหม่” มาชี้แนะเรื่องศีลธรรมกันแบบโต้ง ๆ ซะงั้น

เรื่องความสมจริงและเหตุผลในซีรีส์ “เด็กใหม่” ยังมีหลายจุดที่น่าหยิบมาเขียนแต่เกรงว่า จะยาวเกิน 5 หน้ากระดาษ A4 จึงขอจบเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วมีคำถามมากมาย และจบแบบไม่สวยงามประหนึ่งหัวมังกร ท้ายมังคุด แต่สิ่งหนึ่งที่ซีรีส์นี้ทำสำเร็จ คือ การสร้างตัวละครอย่าง แนนโน๊ะ ให้เป็นที่จดจำของคนดู และน่าจะส่งให้ชื่อของน้องคิตตี้ ผู้รับบทนี้ ได้รับโอกาสแสดงฝีมือทางจอเงิน และจอแก้วมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพราะจากที่ดูเธอเล่นมา 13 ตอน น่าปรบมือที่ทำให้ตัวละครที่ดูแฟนตาซีขนาดนี้มีตัวตนจับต้องได้ และอาจมีชีวิตจริงอยู่ที่ไหนสักแห่งของประเทศไทย คอยเฝ้าดูมนุษย์ที่กระทำผิดอยู่ห่าง ๆ ก่อนลงมือสั่งสอน พร้อมบอกให้ทุกคนรู้ว่า โลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด จงทำดี และละอายต่อบาปไว้จะดีกว่า