เดินทัวร์ BKK Art Biennale สุขสะพรั่งพลังอาร์ต : ยาโยอิ คุซามะ

พาร์ทที่แล้วเราพาไปทัวร์ในหอศิลป์กรุงเทพฯ กันมาแล้ว (เดินทัวร์ BKK Art Biennale 2018 สุขสะพรั่งพลังอาร์ต : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร BACC) ซึ่งก็มีงานที่น่าสนใจและแปลกใหม่เยอะมากๆ คราวนี้เลยเบนเข็มไปหาโซนห้างสรรพสินค้าและพาไปรู้จักศิลปินที่เราควรจะรู้จัก

บอกเลยว่าได้ยินชื่อจะต้องร้องอ๋อแน่ๆ ถึงจะไม่รู้จักก็ต้องรู้จักกันงานนี้แหละ

ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama)

โซนของคุซามะ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

ชื่อนี้คงจะมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก เพราะชาวเราก็ฮือฮากันไปก่อนหน้านี้แล้วที่ได้ยินว่าเธอก็จะนำผลงานมาร่วมแสดงในงานเบียนนาเล่ครั้งนี้ด้วย

คุซามะเป็นศิลปินชาวญี่ปุ่น​ (แต่จะทำงานที่อเมริกาเป็นส่วนใหญ่) ที่เรามักจะคุ้นกับ ลายจุด และ ฟักทอง ในเกือบทุกผลงาน ซึ่งรูปทรงง่ายๆ ที่ถูกตัดทอนมาแล้วนั้นทำให้เข้าถึงคนทั่วไปได้มากกว่า

ส่วนใหญ่แล้วก็จะทำผลงานทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และ Installations Art หรือศิลปะจัดวาง ด้วยความเป็นจุดจึงทำให้ติดตาคนได้ง่าย และมีเอกลักษณ์ ล้ำยุคล้ำสมัยมาตั้งแต่ช่วงปลาย 60 ยันปัจจุบัน

แล้วลายจุดล่ะมาจากอะไร หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าคุซามะนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างมีความผิดปกติทางจิต และมักจะเห็นภาพหลอนเป็นจุดๆ  จุดจึงกลายมาเป็นส่วนประกอบหลักในผลงาน แต่อาการป่วยนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างงานศิลปะเลยแม้แต่นิดเดียว

สำหรับคนที่ติดตามเธอหน่อยอาจจะรู้ว่าที่โตเกียวประเทศญี่ปุ่นนั้นมีพิพิธภัณฑ์ของคุซามะให้เราได้ชมผลงานกันแบบจุใจ แต่ต้องจองคิวล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆ! (เนื่องจากจำกัดคนเข้าในแต่ละรอบ แต่ละวัน ทำให้ต้องจองล่วงหน้า และไม่มีบัตรขายหน้างาน) คงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้พวกเราฮือฮากันมากเมื่อเห็นชื่อเธอร่วมในการแสดงเบียนนาเล่ที่กรุงเทพฯ

14 Pumpkins 

คือผลงานฟักทองลายจุดของคุซามะที่จัดแสดงอยู่ที่เซนทรัลเวิลด์ บริเวณโซน B (ระหว่าง ZEN และ Isetan) ห้อยลงมาจากชั้นบน และยังมีจอ LED ที่คอยฉายลายจุดอยู่เพื่อเนรมิตให้โซนนั้นเป็นพื้นที่ของเธอไปเลย 

I Carry on Living With the Pumpkins (Red) , Pumpkins 

ผลงานประติมากรรมนูนต่ำรูปฟักทองลายจุดที่จัดแสดงอยู่ที่สยามพารากอน กับโซนที่เราจะได้เห็นผลงานของเธอชัดๆ และมีประวัติแบบย่อๆ ให้ได้ทำความรู้จักมากขึ้น 

ถึงแม้ว่าการจะนำผลงานศิลปะมาจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะในประเทศไทยอาจจะดูเสี่ยงไปซักหน่อย แต่งานอาร์ตเบียนนาเล่ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการเลือกผลงานมาจัดแสดงในที่สาธารณะนั้นจะต่างจากในหอศิลป์อย่างเห็นได้ชัด คือจะเป็นผลงานที่คนเข้าถึงได้ง่าย สะดุดตา เช่นงานของคุซามะเอง หรือชเวจองฮวา ศิลปินเกาหลีอีกคนที่ชอบแสดงผลงานในที่สาธารณะ ใช้สีสันสดใสเช่นกัน และวัสดุที่หาได้ทั่วไป

ถือเป็นการเปิดโลกทางศิลปะให้คนทั่วไปได้เห็น ว่ามันก้าวไกลไปกว่าการวาดลงบนผืนผ้าใบที่เราคุ้นเคยมากแค่ไหนแล้ว