เรื่องจริงของคนไทย…รายได้สูง แล้วหนี้สินของคนเราก็ยังสูงตาม

ใกล้สิ้นปีแล้ว หลายคนก็มักคิดถึงเรื่องของเงินเดือน ค่าตอบแทนที่มักจะปรับขึ้นปลายปี เป็นประจำทุกปี หรือรายได้จากเงินโบนัสที่อาจมีการแปรผันในแต่ละปี  เมื่อมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น จะมีสักกี่คนที่คิดว่า จะนำรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นไx “ออม” หรือ “ปลดหนี้”

ซึ่งหากดูจากสติถิของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่สำรวจรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินของครัวเรือน ยิ่งครัวเรือนในภูมิภาคไหนที่มีรายได้เพิ่ม ยิ่งมียอดหนี้สินเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว นั่นแปลว่า หนี้สินมาก เงินที่ต้องนำมาจ่ายดอกเบี้ยก็มากขึ้น ทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ย ต่อครัวเรือน 26,946 บาท และมีค่าใช้จ่าย ต่อครัวเรือน 21,437 บาท และมีหนี้สินต่อครัวเรือน คิดเป็น 6 เท่าของรายได้  และจากสถิติอาชีพที่สร้างรายได้มากที่สุด มักจะมีหนี้สินต่อครัวเรือนสูงเช่นกัน

สำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน จาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ

เพราะฉะนั้น เมื่อมีรายได้เพิ่ม สิ่งที่เราต้องคิดนั่นก็คือ

1. รายได้ที่เรามีอยู่ออมเพียงพอหรือยัง

เราควรออม 10% ของเงินเดือนทุกเดือน ซึ่งหากปัจจุบันเรายังออมไม่ถึง 10 % เราควรตัดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นมาไปออมก่อน คิดจะใช้จ่ายอื่นใด

2. หนี้สินที่มีอยู่ อันไหนที่ดอกเบี้ยสูงที่สุด

ให้รีบนำเงินก้อนที่ได้มา ตัดหนี้สินอย่างน้อย 40% ของเงินก้อนนั้น แล้วแบ่งอีก 60% ของเงินก้อน ไปสร้างให้เงินงอกเงย ไม่ว่าจะเป็นนำไปลงทุน หรือนำไปออม รวมถึงซื้อประกันชีวิต เพื่อลดหย่อนภาษีของเราในปีต่อไป

3. รายจ่ายที่มีอยู่ ส่วนที่มากที่สุด

และเป็นรายจ่ายที่จำเป็นหรือไม่ เมื่อดูจากสถิติแต่ละครัวเรือน มีรายจ่ายที่สูงเกือบจะเทียบเท่ารายได้ ดังนั้น ทุกบ้านควรคิดถึงเรื่องการลดค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

คิด 3 เรื่องหลัก เพื่อสร้างนิสัยเตรียมเป็นคนรวย เพราะคนรวยส่วนใหญ่ มักมี 3 แนวคิด ที่เหมือนกัน นั่นก็คือ

  1. นิสัยคนรวย เมื่อมีเงินต้องทำเงินให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ใช้จ่ายจนเงินลดลง
  2. สะสมสินทรัพย์ ไม่ใช่สะสมสมบัติ ใช้เงินซื้อสิ่งที่เป็นทรัพย์สิน ไม่ใช้แค่สมบัติที่หมดค่าไปตามกาลเวลา
  3. วางแผน และมุ่งมั่นในแผน ทั้งแผนการใช้เงิน แผนการทำงาน และแผนการออมการลงทุน

อยากรวย ต้องเริ่มคิด รายได้ รายจ่ายและหนี้สิน สร้างให้ 3 ส่วนนี้มีความสมดุล ไม่เอียงไปทางหนี้สิน หรือรายจ่ายที่มากเกินจำเป็นนะจ๊ะ