“ช่างทอง” อาชีพเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์

ปัจจุบันอาชีพช่างทองหาคนที่จะมาทำอาชีพนี้อย่างจริงจังได้น้อยมาก ในขณะที่คนรุ่นเก่าก็แก่ชราลงและไม่สามารถทำอาชีพช่างทองต่อไปได้ และช่างทองในไทยนั้นก็เริ่มขาดแคลนมากขึ้น มีจำนวนลดลงถึง 40-50% จาก 10 ปีก่อน ที่มีช่างทองถึง 30,000 คน และถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะมีโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ซึ่งผลิตช่างทองและเครื่องประดับเกือบ 300 คนต่อปี แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม “คุณแบงค์-อนุวัฒน์ เทียนเฮง” วัย 35 ปี ที่ประกอบอาชีพช่างทองมาถึง 6 ปี ได้เปิดเผยกับ Tonkit360 ถึงอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้อาชีพช่างทองลดน้อยลงนั่นก็คือ “ทุกวันนี้คนจบสูงเยอะ ฉะนั้นคงไม่มีใครอยากจะมานั่งทำงานช่างทองหรอก”

จุดเริ่มต้นการมาประกอบอาชีพช่างทอง

คุณแบงค์ : เริ่มมาจากที่บ้านของผมทำอยู่แล้ว ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่เลย ซึ่งตอนนั้นหลังจากที่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้สักพักนึง ผมก็แต่งงานมีลูก ทีนี้พอผมมีลูกสาวคนแรก คุณแม่ผมเขาก็เลยอาสามาเลี้ยงหลานให้ ทำให้ผมต้องมาทำงานช่างทองแทนคุณแม่ครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือผมคลุกคลีอยู่กับการเข้าร้านทองตั้งแต่เด็กด้วย ซึ่งผมก็เลยเปลี่ยนมาทำคุณพ่อคุณแม่เองเลย จนปัจจุบันก็ได้ 6 ปีแล้วครับกับอาชีพช่างทอง

แรงบันดาลใจอื่นที่ทำให้มาประกอบอาชีพช่างทอง 

คุณแบงค์ : แรงบันดาลใจอื่นๆ คือผมเห็นคุณพ่อคุณแม่ลำบากมาก่อน แล้วเขาเก็บหอมรอมริบมาถึงมีทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ ซึ่งการทำทองมันจะได้ค่าตอบแทนเป็นต่อชิ้นงาน ไม่ใช่เป็นค่าแรงหรือค่าจ้างแบบประจำเดือนทั่วไป โดยจะขึ้นอยู่กับที่ความขยัน พูดง่ายๆ ว่าทำมากก็ได้มาก ซึ่งผมก็เห็นจากตรงนี้ด้วย ว่าคุณพ่อคุณแม่ท่านลำบากมามากแล้ว เราเลยอยากที่จะสานต่อการทำงานด้านช่างทองนี้เองครับ

การทำสร้อยทองรูปพรรณ 1 เส้น มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

คุณแบงค์ : จากงานของผมเองเลย จะเริ่มจากการนำทองแท่งที่ร้านทองจ่ายออกมาให้ มาผ่านกระบวนการเข้าเครื่องเพื่อดึงเป็นเส้นลวด แล้วก็ไปทำเป็นสายสร้อยขึ้นมา 2 สาย แล้วก็มาประกอบกันกับอะไหล่เล็กน้อย จากนั้นก็ค่อยตีตะขอขึ้นมาเป็นสร้อย 1 เส้นครับ

ใครเป็นคนกำหนดการทำลวดลายทองรูปพรรณ

คุณแบงค์ : สำหรับลวดลายถ้าเป็นของบ้านผมทำ คุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนคิด แล้วเขาก็จะมีลูกน้องคู่ใจ ช่วยกันคิดออกมาเป็นลวดลายต่างๆ เช่น รูปหัวใจ รูปตะกร้อ แล้วก็ช่วยกันดูว่าจะตกแต่งยังไง ก็คือจะมาจากความคิดของช่างทองแต่ละคนที่เขาเสนอขึ้นมาแล้วมันเข้าท่า เราก็จะเอาลวดลายแบบนั้นไปส่งที่ร้านเลย ถ้างานชิ้นไหนขายดีเราก็จะยึดงานชิ้นนั้นแล้วทำออกมาครับ

การทำทองรูปพรรณ 1 เส้น ใช้เวลานานแค่ไหน และ 1 วัน ต้องทำให้ได้มากที่สุดเท่าไหร่

คุณแบงค์ : มันก็แล้วแต่คนนะครับ แล้วแต่ความยากของงานด้วย บางคนก็ทำ 2-3 วัน แต่ว่าถ้าเป็นที่บ้านผมทำจะอยู่ประมาณหนึ่งอาทิตย์ หรือไม่ก็ 7-10 วัน ส่วนระยะเวลา 1 วันต้องทำทองให้ได้เท่าไหร่นั้น ของผมมันไม่สามารถบอกได้ เพราะว่าที่บ้านเราจะทำงานเป็นแบบชุดๆ ไป พอเสร็จชุดหนึ่งผมก็ไปส่งที่ร้าน พอได้ค่าแรงแล้วก็จะได้ทองกลับมาทำต่อที่บ้านอีกครับ


ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากจะลงทุนในเรื่องของทอง

คุณแบงค์ : สำหรับผมแนะนำว่าให้เลือกซื้อเป็นทองแท่งเก็บไว้มากกว่าครับ แล้วก็ต้องซื้อเก็บในจำนวนบาทที่เยอะ เพราะถ้าเราซื้อในจำนวนบาทที่น้อยเราก็จะได้กำไรน้อย สมมุติเช่นการซื้อทอง 1 บาทกับซื้อทอง 10 บาท มูลค่ามันต่างกันอยู่แล้ว แล้วหากทองขึ้นมาบาทละ 100 การซื้อทอง 1 บาทก็เหมือนเราได้กำไรแค่ 100 แต่ทอง 10 บาทเราจะได้กำไรถึง 1,000 บาท แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินของเราด้วยว่า เรามีเงินเก็บเพียงพอไหมที่ ที่จะลงทุน ถ้าเรามีเงินเยอะเราก็ซื้อทองเก็บไว้เยอะ พอราคาทองมันขึ้นเราก็จะได้กำไรเยอะเช่นกัน

วิธีการดูทองจริงและทองปลอม

คุณแบงค์ : ทองจริงทองปลอมมันแทบแยกกันไม่ออกเลย เพราะมันเนียนขึ้นเยอะ ซึ่งส่วนมากทองปลอมจะมาในรูปแบบของทองรูปพรรณมากกว่า เพราะทองแท่งมันจะมีตราของร้านทองบอกอยู่แล้ว โดยสามารถการันตีบอกได้ว่าคือทองของร้านนั้นร้านนี้นะ มันเลยจะปลอมไม่ได้เท่าไหร่ แต่กลวิธีของพวกพี่ปลอมทองทุกวันนี้ จะมีทางที่ทำให้เนียนขึ้นเยอะมาก จนบางทีโรงรับจำนำหรือร้านทองที่รับซื้อก็แยกไม่ออกเหมือนกัน เอาง่ายๆ ว่าการดูทองปลอมมันต้องใช้เซ้นส์เข้ามาช่วยด้วยส่วนหนึ่ง เช่น อันนี้หนักไปไม่น่าจะใช่นะยัดไส้มาหรือเปล่า ประมาณนี้ครับ

ทอง 99.9% กับ ทอง 96.5% แตกต่างกันยังไง

คุณแบงค์ : เรื่องของเปอร์เซ็นต์มันเป็นความบริสุทธิ์ของทองครับ ถ้าเป็นสากลทั่วไปเขาจะใช้ทอง 99.9% แต่ 96.5% เป็นทองที่ใช้ในประเทศไทย เอาง่ายๆ ว่าทอง 99.9% เป็นทองที่ใช้ลงทุนในต่างประเทศ เช่น การเทรดหุ้น แต่ถ้าเราเป็นคนทั่วไป ไม่ได้ไปมีการลงทุนอะไรในต่างประเทศก็ใช้ทองปกติ 96.5% ส่วนความแตกต่างก็จะแตกต่างกันที่ความบริสุทธิ์แล้วก็ราคาครับ

ราคาทองที่ขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา มีผลกระทบต่อรายได้ของช่างทองหรือไม่

คุณแบงค์ : มีครับ สมมุติว่าถ้าทองมันขึ้นจนแพง คนทั่วไปเขาก็ไม่มีกำลังซื้อ แต่พอราคาทองมันลง คนก็จะมาซื้อทองกันเยอะ ทำให้งานของช่างทองเยอะขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากคนมีกำลังซื้อเยอะขึ้น แต่ถ้าทองแพงก็จะเงียบเป็นปกติครับ ตามภาษาช่างทองเขาจะเรียกว่ามีหน้าเงียบกับหน้างาน แต่ถ้าถามว่ามันมีผลกระทบกับรายได้ของช่างทองมากไหม มันก็ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักขนาดนั้น เพราะว่าก็ยังจะมีช่วงเทศกาลที่คนก็ซื้อทองเยอะเหมือนกัน เช่น ปีใหมหรือคนที่จะต้องแต่งงาน มีงานมงคลสมรส เป็นต้นครับ


รู้สึกอย่างไรบ้างที่ต้องเจอกับวิกฤตเครื่องจักรแย่งงาน

คุณแบงค์ : ผมว่ามันอยู่ที่การคงเส้นคงวาของช่างทองแต่ละคนเองมากกว่า ถามว่าการใช้เครื่องจักรมันก็มีข้อดีข้อเสียเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงานช่างทองมันเป็นงานฝีมือ เพราะบางทีเครื่องจักรมันก็ไม่เสถียร และที่สำคัญคือส่วนใหญ่ที่เขาใช้เครื่องจักรนั้นมันจะเป็นงานแฟชั่น สไตล์ฮ่องกง หรืออิตาลีครับ ส่วนวิกฤตเครื่องจักรแย่งงาน ผมว่าการใช้เครื่องจักรนั้นมันมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่างานฝีมือทั่วไป แล้วหากงานเราเป็นงานที่ขายมาได้อยู่แล้วตั้งแต่เดิม เครื่องจักรมันก็ไม่สามารถเข้ามาแย่งงานเราได้หรอกครับ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ

ส่วนตัวคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อาชีพช่างทองเริ่มลดน้อยลง

คุณแบงค์ : ด้วยที่ว่าอาชีพช่างทองมันจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์คือเป็นลูกน้องเขา แล้วปัจจุบันนี้จะมีพ่อแม่ที่ไหนส่งลูกให้เรียนจบแค่ ป.6 ม.3 หรือ ม.6 แล้วให้มาทำงานช่างทอง ซึ่งมันไม่มีครับ ส่วนใหญ่เขาก็ส่งให้ลูกเรียนจบถึงปริญญาตรีทั้งนั้น ทีนี้พอทุกคนเรียนจบสูงก็จะไม่มีใครมากินเงินเดือนน้อยๆ อย่างงานช่างทองแล้ว พูดง่ายๆ ว่าไม่มีใครยอมมาลำบาก นั่งโต๊ะทำงานช่างทองอะไรแบบนี้กันแล้ว ก็เลยเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาชีพช่างทองเริ่มลดน้อยลงไปครับ

ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากทำงานช่างทองจริงๆ

คุณแบงค์ : ถ้าอยากจะเป็นช่างทองจริงๆ หนึ่งเลยต้องมีความซื่อสัตย์ ต้องสร้างความไว้วางใจกับร้านทองที่เราไปเสนองานให้ได้ก่อน คืองานทุกอย่างมันมีจรรยาบรรณอยู่แล้ว และถ้าไม่เชื่อใจกันเราก็จะทำงานร่วมกันไม่ได้ สองคือขอให้ขยันมากๆ เท่านั้นครับ

ฝากให้คนไทยหันมาอนุรักษ์อาชีพช่างทอง

คุณแบงค์ : อาชีพช่างทองเป็นอาชีพที่ไม่ได้ทำกันง่ายๆ อย่างแรกที่อยากจะฝากบอกก็คือ อยากให้สนับสนุนซื้อทองกันเยอะๆ ช่างทองจะได้มีงานทำมีรายได้ กับอย่างที่สองก็คือสำหรับคนที่สนใจจะเข้ามาอยู่ในวงการของช่างทองจริงๆ ก็คงจะต้องฝากถึงหน่วยงานของรัฐบาล หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ให้เปิดหลักสูตรขึ้นมาโดยเฉพาะ หาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาฝึกสอนในเรื่องของการเป็นช่างทองอย่างจริงจัง ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ถึงอีกหนึ่งอาชีพ และเพื่อที่จะได้มีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนาวงการช่างทองไทย รวมถึงจะได้เป็นการอนุรักษ์อาชีพช่างทองไว้อีกด้วยครับ