“นิทานโบราณคดี” เกร็ดนอกพงศาวดาร

คุณเคยรู้ไหมว่า ในอดีตนั้นมีการห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณ หรือในอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีวิธีสอบผู้ร้ายแบบที่คุณเองก็นึกไม่ถึง รวมไปถึงเกร็ดของสถานที่ทางประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในเมืองไทย ที่เราในฐานะผู้อ่านเองอาจคาดไม่ถึง ทั้งหมดนี้อยู่ใน “นิทานโบราณคดี” พระนิพนธ์ในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หนึ่งในหนึ่งร้อยเรื่องที่คนไทยควรอ่าน

หลายคนที่เห็นขนาดหนังสือที่มีความหนาเกือบ 500 หน้า อาจรู้สึกท้อถ้าจะให้อ่านจนจบเล่มได้ในรวดเดียว ซึ่งชื่อหนังสือน่าจะบอกอย่างมีนัยกับคุณผู้อ่านอยู่แล้วว่า เป็น “นิทาน” และเมื่อเป็นนิทานเราก็สามารถวางหนังสือเล่มนี้ไว้ที่หัวนอน แล้วค่อย ๆ อ่านไปวันละบท สองบท ได้สนุกไปกับเนื้อหา ได้สัมผัสกับกระดาษก่อนนอน น่าจะทำให้หลับอย่างมีความสุขได้

ในคำนำที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเขียนไว้ในคำนำนั้นระบุว่า “เรื่องต่าง ๆ ที่จะเล่าต่อไปนี้ ล้วนเป็นเรื่องจริง ซึ่งตัวฉันได้รู้เห็นเอง มิได้คิดประดิษฐ์ขึ้นใหม่ แต่เป็นเรื่องเกร็ดนอกพงศาวดารจึงเรียกว่า “นิทานโบราณคดี” เหตุที่จะเขียนนิทานเหล่านี้ เกิดแต่ลูกที่อยู่ด้วย อยากรู้เรื่องเก่าแก่ที่เคยเห็นมาก่อนเธอเกิด ถึงเวลานั่งกินอาหารพร้อมกันมักชวนให้เล่าให้ฟังเนือง ๆ..”

ทั้งนี้ เรื่องราวที่ถูกบันทึกอยู่ใน “นิทานโบราณคดี” นั้นเป็นสิ่งที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกจากความทรงจำในครั้งที่ทรงงานในตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในงานราชกาลตั้งแต่รัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 7

ดังเช่นเรื่องโจรจันทร์ กับวิธีชำระความ หรือสอบสวนของเจ้าพระยาศรีวิชัยฯ ที่นั่งจิบน้ำร้อน และใช้วิธีทางจิตวิทยาในการกดดัน “โจรจันทร์” โจรร้ายที่ปล้นชาวบ้านแขวงจังหวัดปทุมธานี อยุธยา และสุพรรณบุรี ให้ยอมรับความผิด และยอมกลับใจมาให้ข้อมูลกับทางราชการ จนกระทั่ง ได้รับใช้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่องนี้ทำให้ได้เห็นวิธีการที่ชาญฉลาดของเจ้าหน้าที่ในอดีต ที่แม้ไม่มีเครื่องมือทันสมัย แต่ก็สามารถตามจับผู้ร้ายได้ด้วยวิธีการที่คนในยุคปัจจุบันนึกไม่ถึง

ศาสตราจารย