วิธีรับมือรถติดหนึบ บริเวณแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า-ปรับพื้นผิวจราจร

เมืองใหญ่เช่นกรุงเทพฯ ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองที่ครองแชมป์รถติดอยู่แล้ว ทั้งปริมาณรถที่มากขึ้น สวนทางกับพื้นผิวการจราจรที่น้อยลง ด้วยถูกเบียดบังไปกับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า BTS สายสีต่าง ๆ การปรับปรุงพื้นผิวจราจร หรือการปิดเลนจราจรบางส่วน เพื่อซ่อมแซมท่อน้ำประปาที่แตก หรือเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางบนท้องถนน

และยิ่งมาเจอช่วงเปิดเทอม ปริมาณรถในบางเส้นทางอาจยิ่งแน่นขนัดกว่าเก่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ควรทำเช่นไร ให้หลุดจากวิกฤตจราจรบนท้องถนน ลองมาดูเคล็ด (ไม่) ลับที่ Tonkit360 นำมาฝากกัน

วางแผน และเลือกเส้นทาง

ในการเดินทางแต่ละครั้ง เชื่อว่า หลายคนกำหนดทั้งวิธีเดินทาง และเส้นทางที่จะใช้ไว้แล้ว ไม่ว่าคุณจะขับรถไปเอง หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า เส้นทางที่เราใช้ประจำ บางครั้งอาจเกิดอุปสรรคแบบไม่ทันตั้งตัวได้เช่นกัน อาทิ เดิมต้องขับรถผ่านถนนวิทยุ แต่จู่ ๆ ถนนทรุดตัวเป็นหลุมลึก ต้องปิดการจราจร หรือท่อประปาแตก มีน้ำท่วมขังสูง ทำให้การจราจรเป็นไปอย่างยากลำบาก เป็นต้น

สถานการณ์ที่ว่า คงไม่อาจอาศัยแค่ดู Google Map เท่านั้น เพราะ Google Map บอกเพียงเส้นทางที่คุณจะไปมีการจราจรคับคั่งหรือไม่ แต่ไม่ลงรายละเอียดว่า จราจรที่ติดขัด มาจากสาเหตุใด ดังนั้น การอัพเดทข้อมูลจากทวิเตอร์ @js100radio และ @fm91trafficpro อาจช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์ได้ทันท่วงทีว่า ควรเดินทางไปในเส้นทางเดิม หรือเปลี่ยนไปใช้เส้นทางไหนดี หรือต้องเปลี่ยนพาหนะในการเดินทางใหม่

เตรียมค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้พร้อม

สำหรับผู้ใช้รถส่วนตัว

นอกจากเงินค่าน้ำมันแล้ว ก็มีเงินค่าด่วนที่คุณควรเตรียมเผื่อไว้ อย่าคิดว่า อยากหนีขึ้นทางด่วนตรงจุดไหนก็ได้ เพราะมีบัตร Easy Pass ในมือ หากวันไหน คุณโชคร้ายเจอ แต่ช่องบัตร Easy Pass เสีย สิ่งที่ต้องทำ คือ การถอยรถออกมา เพื่อไปจ่ายเงินสดแทน ถ้าเงินไม่พอ ถามว่า คุณขึ้นทางด่วนได้ไหม ตอบเลยว่า ได้ แต่คุณต้องมาจ่ายค่าทางด่วนในภายหลัง กรณีนี้อาจทำให้คุณต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็น

สำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ

แต่ละคนต่างรู้ดีว่า วัน ๆ หนึ่งคุณต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะประเภทใดบ้าง ฉะนั้น การเตรียมเงินเพื่อให้พอต่อการจ่ายค่าเดินทาง ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ การไม่เตรียมเงินสำรองเพื่อเหตุฉุกเฉิน อาจสร้างความลำบากให้คุณได้ เมื่อจำเป็นต้องออกนอกเส้นทาง หรือวิธีการเดินทางไปจากเดิม อาทิ จากขึ้นรถเมล์ เป็นขึ้นแท็กซี่ หรือเรียก  Grab bike เป็นต้น

ฉะนั้น การที่เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าเดินทางในแต่ละวัน อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ส่วนจะเตรียมเงินไว้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องทางการเงินของคุณเอง

เรียกหาผู้ช่วย 

ในช่วงเวลาเร่งรีบ การใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ หรือ Grab bike น่าจะช่วยคุณได้ เพราะพวกเขาต่างชำนาญเส้นทาง รู้ทางลัดตามตรอกซอกซอยที่บางจุดรถอาจเข้าไม่ถึงเป็นอย่างดี ที่สำคัญสามารถซอกแซกไปตามช่องว่างระหว่างรถได้อีกด้วย ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกที่วินมอเตอร์ไซค์ หรือ Grab bike จะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ชาวกรุงมักเลือกใช้บริการ

ใช้แผนสำรองที่เตรียมไว้

เจ้า “แผนสำรอง” ที่ว่า มักถูกหยิบมาใช้ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ “กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง” เสมอ แต่บางแผนก็อาจต้องพึงพา Grab bike หรือพี่วินมอเตอร์ไซค์ ในการพาคุณเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT ที่ใกล้ที่สุด

เพราะรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่รวดเร็วและค่อนข้างตรงเวลา จึงเหมาะเป็นแผนสำรอง สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT มากนัก แม้วิธีนี้จะทำให้ค่าเดินทางของคุณบานปลายก็ตาม

และหากจุดหมายปลายทางของคุณ ไม่อยู่ในแนวเส้นรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT เลย การหาเส้นทางสำรอง เพื่อปรับเปลี่ยนยามคับขัน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก อาทิ จากปกติที่ขึ้นรถเมล์ สาย 191 เพื่อไปยังตลาดประชานิเวศน์ ก็อาจเปลี่ยนไปโดยสารรถตู้ที่วิ่งผ่านเส้นดังกล่าวแทน

ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน

โครงการ “Car Pool” หรือโครงการ “รวมพลังหารสอง” ที่จัดขึ้น โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) เป็นอีกทางเลือกที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ได้ หากมีเพื่อนบ้านที่ต้องเดินทางไปยังจุดหมายเดียวกัน หรือผ่านเส้นทางเดียวกัน ด้วยการวางแผนสลับกันขับรถอาทิตย์ละวัน นอกจากลดปริมาณรถบนท้องถนน ยังมีคนช่วยหารค่าน้ำมัน ที่สำคัญคุณจะมีเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมสุขในเวลาที่ต้องเผชิญวิกฤติบนท้องถนนด้วย

ปลุกตัวเองให้เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการเดินทาง

หลายคนอาจประมาทว่า ที่ทำงานอยู่ไม่ไกล นั่งรถเมล์ไม่เกิน 10 ป้ายก็ถึง ตื่นสายหน่อย คงไม่เป็นไร หากคุณคิดแบบนี้ แสดงว่า คุณกำลังดูถูกการจราจรเมืองกรุงมาก เพราะการจราจรในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องที่ยากคาดเดา วันดี คืนดี เส้นทางที่รถไม่เคยติด แถมไม่ใช่แนวก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็อาจเผชิญปัญหาจราจรคับคั่งได้เช่นกัน หากเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน ถนนทรุดตัว รถชนเสาไฟฟ้าหักโค่น หรือท่อประปาแตก เป็นต้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ การขยับเวลาตื่นเร็วขึ้นจากเดิม อาจช่วยให้คุณเดินทางไปทำงานอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องมานั่งลุ้นระทึกว่า จะเข้างานทันไหม หรือไม่ต้องเหนื่อยจากการรีบวิ่งมาสแกนบัตร เพื่อให้ทันเวลาเข้างาน