สู้แบบ Underdog

คำว่า Underdog เป็นคำที่มีความหมายถึง คนที่ต้องลงสนามแข่งขันชนิดที่มีโอกาสจะชนะอยู่น้อยมาก เป็นศัพท์ที่ใช้กันบ่อยในวงการกีฬา อาจจะแปลอีกความหมายให้คุ้นกับหูคนไทยก็หมายถึง “ม้านอกสายตา” ที่กลายเป็นผู้ชนะ ชนิดที่ไม่มีใครคาดหวัง พอเขียนถึงตรงนี้ ก็ให้นึกถึงนักมวยอย่าง สมจิตร จงจอหอ อดีตนักมวยสากลสมัคร ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2008

ในการแข่งขันโอลิมปิกปีนั้น สมจิตร ที่พลาดหวังเหรียญโอลิมปิกมาแล้ว ในปี 2004 เดินทางร่วมทีมมวยสากลสมัครเล่นไทย ในโอลิมปิก 2008 ชนิดที่ไม่มีใครพูดถึงสักเท่าไร เพราะความหวังเหรียญทองโอลิมปิกจากมวยสากลสมัครเล่นในครั้งนั้นไปอยู่ที่ มนัส บุญจำนงค์ ในรุ่น 60-64 กก. ที่เคยคว้าเหรียญทองมาแล้วจากโอลิมปิก 2004 ที่นครเอเธนส์

สมจิตร นั้นขึ้นสังเวียนผ้าใบแบบ Underdog โดยแท้ ไม่มีใครคาดหวังในตัวเขา แต่ใจของสมจิตรนั้นสู้เต็มร้อย เพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่า โอลิมปิกหนนี้ จะเป็นโอลิมปิกครั้งสุดท้ายของเขา บทเรียนจากเอเธนส์เกมส์ ที่เคยเป็นตัวเต็ง แต่พลาดไม่ได้เหรียญรางวัล และได้แต่มองเพื่อนร่วมทีมขึ้นไปรับเหรียญนั้น มันเจ็บปวดแค่ไหน สมจิตร รู้ดี

สมจิตร ค่อย ๆ สู้ไปทีละรอบ ทีละรอบ จนกระทั่งถึงรอบชิงชนะเลิศที่แม้ถึงกระนั้น สมจิตร ก็ยังคงเป็น “ม้านอกสายตา” เพราะมีนักข่าวหลายคนมองว่า โอกาสที่จะเอาชนะนักชกจากคิวบาที่เป็นคู่ชิงนั้นไม่ง่ายเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้น สมจิตร ก็ได้การันตีเหรียญเงินอย่างแน่นอน ซึ่งเงินอัดฉีดก็ไม่ได้น้อยหน้าเหรียญทองสักเท่าไร

แม้คนอื่นจะมองว่าเขาเป็นรอง แต่สมจิตร ก็ยังคงนิ่ง และนิ่งพอที่จะขึ้นเวที และทำให้ดีที่สุดให้สมกับเป็นการชกโอลิมปิกครั้งสุดท้าย โอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาต้องสู้อย่างสุดชีวิต แล้วสมจิตร ก็ทำให้เห็นว่า Underdog หรือม้านอกสายตาอย่างเขานั้นมีหัวใจที่แกร่งเพียงใด เมื่อเขาเอาชนะ อันดริส ลาฟฟิตา นักมวยชาวคิวบาที่เขาเคยแพ้ในการแข่งขัน เวิลด์แชมเปี้ยนชิปเมื่อสามปีก่อน

การสู้แบบ Underdog นั้น แม้จะถูกมองว่าเป็นม้านอกสายตา แต่ก็มีข้อดีที่คนลงสนามไม่ต้องแบกรับความกดดันจากการคาดหวังของคนอื่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องสนใจผลการแข่งขัน เพราะเมื่อเราถูกปรามาสว่า เป็น Underdog แล้ว สิ่งที่ดีที่สุด ที่จะทำให้เสียงปรามาสรอบ ๆ ตัวเงียบลงได้ คือ การทำผลงานให้พวกเขาตื่นตะลึง

ถ้าวันนี้ คุณถูกมองว่าเป็น Underdog คุณไม่จำเป็นต้องเดินไปแก้คำปรามาสของพวกเขา ขอให้คุณก้มหน้าก้มตาทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตั้งใจ ทำให้มันสุดแรงที่คุณมี เมื่อคุณถึงเป้าหมายได้เรียบร้อย รอยยิ้มแห่งความสำเร็จของคุณ จะทำให้เสียงปรามาสเหล่านั้นเงียบไปเอง

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ