พรบ.ห้ามมวยเด็ก ระวังไปผิดทาง

เป็นเรื่องน่าสนใจกรณี สนช. กำลังผลักดันให้มีกฎหมายห้ามมวยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ขึ้นชกแบบทำการแข่งขัน ฝ่าฝืนจะมีโทษทั้งปรับและจำ

อย่างที่พอทราบหรือคงเคยเห็นกันว่า ตามหัวเมืองต่างจังหวัดนั้นชอบจับเด็กๆที่เขาเรียกว่า “ไอ้แอ๊ด” อายุ 11-12 ขึ้นมาชกกัน เพื่อเป็นบันไดไปสู่เส้นทางสายกำปั้น

ที่ผ่านมาเต็มใจด้วยกันทุกฝ่ายเลยไม่มีใครโวยขึ้นมา คนดูชอบเพราะเป็นสีสัน นักมวยเองก็ชอบ เป็นเด็กบ้านนอกอยากได้เงิน อยากได้โอกาสสร้างชื่อเสียง ผู้จัดเองก็ยิ่งเข้าทาง เสียค่าตัวถูกแล้วหากเจอประเภทช้างเผือกชกดีมีแววยังปั้นต่อได้อีก เหมือนกับการเล่นอยู่บนความฝันของเด็ก ๆ ที่ต้องการเป็นนักชกอาชีพด้วย

โคตรมวยในอดีตอย่าง สามารถ พยัคฆ์อรุณ หรือสมรักษ์ คำสิงห์ คือ ไอดอลของเด็กรุ่นนี้ที่ต้องการประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงเงินทอง บางรายมีโอกาสพลิกไปชกสากล ฝันอยากไปแข่งโอลิมปิก คว้าเหรียญกลับมาได้ ก็จะได้เงินหลายสิบล้านบาท แต่เอาเข้าจริงมีคนไปถึงจุดนั้นแค่หนึ่งในล้านเท่านั้น ที่เหลือไปได้แค่ครึ่งทางบ้าง หรือแม้กระทั่งผิดหวังต้องบอบช้ำทั้งกายและใจ

เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ที่ผู้ใหญ่หรือผู้บริหารประเทศจะต้องวางระบบเอาไว้ให้ปลอดภัย ไม่ให้ป่าเถื่อนหรือเอาความสะใจของคนดูเท่านั้น ประเทศเราเดี๋ยวนี้พัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อย่าให้ใครฉวยโอกาสเอาเด็กมาทรมานหรือเสี่ยงอันตรายอีกต่อไปเลย

การกำหนดกฎหมายก็ต้องพึงระวังว่าอย่าไปผิดทาง คือ เน้นตัวบทที่อายุของนักมวยเท่านั้น คือ ต่ำกว่า 12 ปี ห้ามชก พอมีกฎหมายคุ้มครองแล้วว่า 12 ปีขึ้นไปชกได้ กลัวว่า คราวนี้จะซัดกันดะไปหมด แต่กฎเกณฑ์ของความปลอดภัยไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน

กฎกติกาและอุปกรณ์การป้องกัน ยังเป็นเรื่องจำเป็น แม้จะอายุ 12 ปีขึ้นไปแล้ว เพราะก็ยังเด็กอยู่ดี ลองคิดดูครับว่าตอนอายุ 12 ปีนั้น พวกเราทำอะไรอยู่ เรียนก็แค่มัธยมปีที่ 1 เท่านั้น

ในเมืองนอกนั้นอายุสิบต้น ๆ เขาทำได้แค่ฝึกวิชาเพื่อพัฒนาฝีมือ จะลงนวมประหมัดกับใคร ก็ต้องมีเครื่องป้องกันครบทั้งที่ท้องและเฮดการ์ด ขนาดนวมก็ต้องเฉพาะสำหรับซ้อมเท่านั้น พลาดพลั้งไปเด็กจะได้ไม่เสียอนาคต จนกว่าจะอายุ 15 ปีขึ้นไป ถึงจะเริ่มขึ้นมาชกมวยอาชีพตามมาตรฐาน

เพราะมวยเป็นกีฬาประเภทเดียวกระมังครับที่สู้เขาไม่ได้แล้ว ไม่แพ้อย่างเดียว แต่มีโอกาสเจ็บตัวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นกับอวัยวะสำคัญอย่างสมองหรือดวงตา ซึ่งถ้าพลาดไปแล้วนั้นกู้คืนกลับมาไม่ได้ ส่งผลทุพลภาพไปยังเยาวชนในชาติของเราไปตลอด ชีวิตที่เหลือจะไปทำอาชีพอื่นต่อก็ลำบาก

ผมชูมือสนับสนุนครับกฎหมายนี้ แต่อยากให้ครอบคลุมและรัดกุมด้วย.