“เทรนเนอร์” ไม่จำเป็นต้องกล้ามใหญ่ขอแค่มีใจรัก

“Personal Trainer” ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลด้านการออกกำลังกาย หรือที่เรานิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “เทรนเนอร์” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพยอดฮิตของคนยุคใหม่ที่ทำรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และยิ่งในยุคที่เทรนด์ออกกำลังกายกำลังมาแรง ฟิตเนสจึงเปรียบเสมือนเป็นแหล่งพบปะแห่งใหม่ของคนรักสุขภาพ ด้วยเหตุนี้อาชีพเทรนเนอร์จึงเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และวันนี้ Tonkit360 ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับ “คุณพาย-ภัทรภณ น้อยกาศักดิ์” อายุ 26 ปี เทรนเนอร์ของ Jetts Fitness Thailand สาขาทาวน์อินทาวน์ ที่จะมาตอบทุกคำถามให้ได้ทราบกันว่า หากใครก็ตามที่มีความใฝ่ฝันอยากจะมาเป็นเทรนเนอร์จะต้องทำอย่างไรบ้าง และจริงหรือที่อาชีพเทรนเนอร์สามารถเป็นกันได้ง่ายๆ ในปัจจุบัน

มาเป็นเทรนเนอร์ได้อย่างไร

คุณพาย : เริ่มจากผมเป็นนักกีฬามาก่อน จนถึงจุดหนึ่งที่ผมอยากเป็นมากกว่านักกีฬาแล้ว นั่นก็คือการได้เป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬา ผมก็เลยหาดูว่ามีที่ไหนบ้าง ที่เขาเปิดสอนเกี่ยวกับหลักสูตรพวกนี้ และผมก็ได้ตัดสินใจไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายครับ เรียนจนกระทั่งได้ฝึกงานที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ซึ่งด้านในจะมีฟิตเนสขนาดใหญ่ ยิ่งพอผมได้เห็นภาพจริง ผมยิ่งรู้สึกว่าผมเลือกเดินมาทางสายกีฬาแบบนี้ มันทำให้ผมสนุกและก็มีความสุขมากครับ

คุณสมบัติที่เทรนเนอร์ต้องมี

คุณพาย : จริงๆ แล้วคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นเทรนเนอร์ได้ก็คือ ต้องมีความชอบในการออกกำลังกายก่อนครับ และก็ชอบในการสอน อยากจะถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนเดียวหรือเป็นกลุ่มก็ตาม

สถาบัน FIT คืออะไร

คุณพาย : FIT เป็นสถาบันที่สอนคนที่จะไปเป็นเทรนเนอร์โดยเฉพาะครับ อย่างเช่น คนที่ไม่ได้จบสายวิทยาศาสตร์การกีฬาโดยตรงมา หรือคนที่จบพลศึกษาแล้วมาเรียนต่อตรงนี้ก็ได้เหมือนกัน ซึ่งจะได้เป็นเหมือนใบรับรองการันตีความสามารถของเราด้วย ว่าเราสามารถสอนเทรนคนอื่นได้แบบดีเยี่ยมนะประมาณนั้นครับ

เทรนเนอร์จำเป็นต้องจบวิทยาศาสตร์การกีฬาหรือพลศึกษา และมีใบรับรองจากสถาบันดังๆ ไหม

คุณพาย : ถ้าไม่ได้จบสายวิทยาศาสตร์การกีฬาหรือพลศึกษามา แต่เรามีความชื่นชอบด้านนี้แล้วเราศึกษาเรื่องสรีระของร่างกาย และชอบการออกกำลังกายจริงๆ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่สามารถเรียนรู้กันได้ ส่วนใบรับรองถ้ามีด้วยก็จะดีมากครับ เพราะว่ามันสามารถเป็นทั้งใบเบิกทางและก็เพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราได้ ซึ่งถ้าหากเราจะไปสมัครเป็นเทรนเนอร์ แต่ไม่มีใบรับรองจากสถาบันใดเลย ความน่าเชื่อถือของเราก็จะลดลง ทั้งนี้ผมยังมองว่าไม่ว่าจะเป็นใบรับรองจากสถาบันไหน มันก็ดีและใช้ได้เหมือนกันหมด เพราะแต่ละสถาบันเขามีมาตรฐานที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้วครับ

หลักสูตรที่ใช้อบรมเทรนเนอร์มีอะไรบ้าง

คุณพาย : หลักสูตรที่สอนก็จะเป็นเรื่องสรีระของร่างกาย การดูมุมดูกระดูกว่ากล้ามเนื้อเป็นอย่างไร ในการออกกำลังกายท่าถูกวิธีไหม การเทรนต่างๆ เครื่องออกกำลังกายแต่ละชนิดชื่ออะไร ซึ่งระยะเวลาในการเรียนจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เราลงเรียน อย่างของสถาบัน FIT จะมีหลายหลักสูตรมาก เช่น เรียนเฉพาะบอดี้เวทก็มี เรียนเฉพาะเป็นเวทแมชชีนก็มี หรือเรียนเป็นอุปกรณ์ตัวอื่นก็มีครับ ระยะอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 เดือน/คอร์ส และก็แล้วแต่ราคาของสถาบันนั้นๆ ร่วมด้วยครับ

1 วันของเทรนเนอร์ต้องทำอะไรบ้าง

คุณพาย : เราต้องเซ็ตตารางโปรแกรมของลูกค้าก่อนครับ เพราะว่าลูกค้าแต่ละคนจะมีโปรแกรมและเป้าหมายที่ต่างกันออกไป บางคนเพิ่มน้ำหนักบางคนลดน้ำหนัก ซึ่งเราก็ต้องดูว่าลูกค้าคนๆ นี้ทำท่านี้ได้ไหม ทำได้กี่นาที เราจึงต้องคิดโปรแกรมที่หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บของลูกค้า และหาท่าที่เหมาะสมให้ลูกค้าทำได้มากที่สุด ตามที่เราวางเป้าไว้ครับ

รายได้ของเทรนเนอร์อยู่ที่เท่าไหร่

คุณพาย : ถ้าเป็นเทรนเนอร์ที่อยู่ฟิตเนสประจำเลย ก็จะมีเงินเดือนส่วนหนึ่งแล้วก็มีค่าคอมมิชชั่น ซึ่งรายได้รวมๆ แล้วจะอยู่ที่ต่ำสุดคือ 2 หมื่นบาทขึ้นไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนครับ ว่าสามารถดึงลูกค้าให้อยู่ในมือได้เท่าไหร่ ส่วนถ้าเป็นเทรนเนอร์ฟรีแลนซ์ เขาจะได้ค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงครับ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ายิมแต่ละยิมจะรองรับเทรนเนอร์ฟรีแลนซ์รึเปล่า แต่โดยส่วนมากยิมหลักๆ จะไม่ค่อยให้เทรนเนอร์ฟรีแลนซ์เข้ามาเทรนเท่าไหร่ครับ

เป็นเทรนเนอร์ต้องทำยอดด้วยหรือไม่

คุณพาย : จริงๆ ก็ต้องทำยอดด้วย เพราะว่าบางเดือนจะมีทั้งลูกค้าที่เข้าใหม่ แต่บางเดือนก็ไม่มีเลย เราก็ต้องหาทางเฉลี่ยลูกค้ามาให้ได้อย่างน้อยต่อเดือน ต้องอยู่ที่ 10 กว่าคนขึ้นไปเพื่อให้รายได้ของเราคงที่ ซึ่งถ้าเป็นที่ Jetts Fitness เทรนเนอร์ 1 คนมีลูกค้า 10 กว่าคนต่อเดือน รายได้ก็จะอยู่ที่ราวๆ 3 หมื่นบาทครับ แต่ถ้าหากเราไม่มีลูกค้าเลย ก็จะต้องอาศัยเป็นการแนะนำแบบปากต่อปากของลูกค้าเอง อีกทางก็คือคลับหรือฟิตเนสเขาโปรโมทให้เรา ว่าเราสามารถสอนในด้านไหนได้บ้าง เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ ตรงนี้ก็จะทำให้มีลูกค้าที่เข้ามาเรียนกับเราเพิ่มขึ้นครับ

เทรนเนอร์สามารถเปิดธุรกิจฟิตเนสเป็นของตัวเองได้

คุณพาย : ได้ครับ จริงๆ ต่อให้ไม่ได้เป็นเทรนเนอร์ ผมว่าใครก็สามารถไปเปิดธุรกิจเกี่ยวกับฟิตเนสได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของคนนั้น ถ้าเขาชอบจริงๆ เขาจะรู้ว่าตัวเครื่องออกกำลังกายแต่ละตัว ซื้อมาแล้วมันคุ้มค่าขนาดไหน แต่ถ้าสำหรับคนที่มีเงินอย่างเดียวแล้วไม่เคยลองได้เล่นเอง ส่วนมากเขาจะซื้ออุปกรณ์ที่เป็น 2in1 หรือ 3in1 ซึ่งมันจะไม่ค่อยตอบโจทย์กับการใช้งานในการออกกำลังกายครับ

มีเทรนเนอร์ส่วนตัวกับออกกำลังกายเอง ต่างกันอย่างไร

คุณพาย : ในมุมมองผมนะครับ ผมคิดว่าการมีเทรนเนอร์ส่วนตัวมันปลอดภัยกว่าการออกกำลังกายเอง เพราะถ้าเราเล่นแล้วเราไม่เจ็บ เราก็ยังอยากที่จะมาเล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราเล่นแล้วเจ็บเราก็จะไม่มีความรู้สึกที่อยากจะเข้ายิม อันนี้เลยเป็นข้อแรกที่สำคัญมากว่า ทำไมการมีเทรนเนอร์ส่วนตัวถึงโอเคกว่าการออกกลังกายเอง ซึ่งความปลอดภัยเป็นส่วนที่เทรนเนอร์ทุกคนต้องคำนึงถึงอยู่แล้ว ข้อที่สองคือการไต่น้ำหนักหรือโปรแกรมต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลาย โดยถ้าเราเล่นเองเราจะคิดได้ประมาณหนึ่งเท่านั้น เพราะเราไม่ได้จบสายนี้มาโดยตรง แต่เทรนเนอร์จะมีการคิดโปรแกรมมาให้ลูกค้าเฉพาะแบบที่ไม่จำเจ อีกข้อก็คือการเพิ่มน้ำหนัก สมมติว่าเราเล่นได้เอง 20 กก. แต่ใจอยากเล่น 25 กก. ซึ่งตามความจริงยกคนเดียวมันไม่ไหวอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีคนช่วยครับ

เทคนิคดูแลตัวเองให้มีรูปร่างที่ดี

คุณพาย : ด้วยความที่ผมเป็นนักวิ่งมาก่อน ผมก็จะวิ่งทุกวันแต่แล้วแต่ว่าจะวิ่งกี่กิโลเมตร แล้วก็ผมต่อยมวยบอดี้คอมแบทด้วย รวมถึงผมเก็บการคาดิโอทุกวันประมาณอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง และถ้าผมมีเวลาก็จะเล่นเวทเทรนนิ่งด้วยครับ 1 ชั่วโมง ซึ่งใน 1 สัปดาห์ผมจะออกกำลังกายแบบนี้อยู่ประมาณ 3-5 วันครับ

จำเป็นไหมที่เทรนเนอร์ต้องกล้ามใหญ่

คุณพาย : จริงๆ มันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของแต่ละคนครับ แต่สำหรับผมจะเน้นหุ่นที่ฟิตและเฟิร์ม เพราะต่อให้เรากล้ามใหญ่เรายกของ 50 กก.ได้ แต่ว่ามานั่งเหนื่อย 2 นาทีผมว่ามันไม่ตอบโจทย์ ฉะนั้นจริงๆ แล้วเราต้องฟิตแอนด์เฟิร์ม ยกของหนักได้แล้วต้องไม่เหนื่อยจะดีกว่าครับ

ฝากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาออกกำลังกาย

คุณพาย : การออกกำลังกายมันมีข้อดีเยอะครับ เข้ามาก็มีแต่รอยยิ้มแถมได้สุขภาพที่ดีด้วย ทุกคนเวลาแก่ตัวไปมักจะพูดว่ารู้งี้ออกกำลังกายดีกว่า ฉะนั้นก็แนะนำว่าให้รีบมาออกกำลังกายกันนะครับเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง บางคนอาจจะหาแรงบันดาลใจหาเป้าหมายให้ตัวเองก่อนก็ได้ว่า เราอยากจะลดน้ำหนัก-เพิ่มน้ำหนัก หรือจะชวนเพื่อนๆ มาออกกำลังกายด้วยกันก็ได้ จะได้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน และยืดเวลากการออกกำลังกายไปได้มากอีกด้วย และสำหรับ Jetts Fitness Thailand ก็ยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครสนใจก็สามารถมาออกกำลังกายกันได้ครับ ขอบคุณครับ