เมื่อลมเปลี่ยนทิศ

สวัสดีเช้าวันจันทร์ ที่หลายคนเพิ่งนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ หลังจากออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้าเพื่อมาแย่งที่จอดรถในที่ทำงาน หรือ บางท่านที่กำลังนั่งอ่านคอลัมน์จากโทรศัพท์อยู่บนขนส่งสาธารณะ ที่ไม่ค่อยจะเต็มรูปแบบดีนักของ กรุงเทพมหานครค่ะ

จั่วหัวเรื่องว่า “เมื่อลมเปลี่ยนทิศ” ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฤดูกาลที่อยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแต่อย่างใด แต่เป็นประโยคที่หลายคนจะใช้เปรียบเปรยเวลาเกิดความเปลี่ยนแปลง ทั้งในองค์กร หรือ ภายในสังคมที่ตนเองอยู่

คนที่ทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ๆ หรือหน่วยงานราชการ เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่จะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงในลักษณะ ลมเปลี่ยนทิศ อยู่ตลอดเวลา เพราะนอกจากการเปลี่ยนรอบของผู้บริหารแล้ว การแต่งตั้งหรือปลดผู้บริหารก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง เมื่อถึงช่วงเวลาแบบนี้ก็จะได้เห็น “นายใหม่” ที่มาพร้อมกับคนของ “นายใหม่” ส่วนคนของ “นายเก่า” ก็นั่งใจสั่นกับอนาคตของตัวเองกันไป

ใครที่ขึ้นหม้อเมื่อครั้งอยู่กับ “นายเก่า” พอนายใหม่มาก็วิ่งกันฝุ่นตลบเพื่อให้ตนเองได้มีที่ทางกลายเป็นละครซ้ำซากที่คนทำงานต้องเห็นอยู่โดยตลอด  ยิ่งคนทำงาน ที่ทำงานมานานๆบางคน อาจเปรยออกมาว่า “ขี้ใหม่หมาหอม รอสักพักกลิ่นก็จาง”

เขียนเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงภาพยนตร์อยู่เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนชอบอยู่ฉากหนึ่งที่คุยกันถึงเรื่องความเป็นมืออาชีพในองค์กร เลยอยากเล่าให้”คนทำงาน” ที่ทำงานเพื่องานและต้องอยู่ในสถานการณ์ “ลมเปลี่ยนทิศ” ฟังกันเสียหน่อย ภาพยนตร์เรื่องนั้นมีชื่อว่า “The Insider”ค่ะ

เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับสถานี CBS ผู้ผลิตรายการ 60 Minutes เป็นรายการสารคดีข่าวสืบสวนสอบสวนที่ดังมาก แล้ววันหนึ่งก็มีแหล่งข่าวที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทผลิตบุหรี่ส่งข้อมูลลับของบริษัทมาให้รายการ โปรดิวเซอร์รายการอย่าง โลเวลล์ เบิร์กแมน ที่แสดงโดย อัล ปาชิโน นั้นสนใจทันที

เรื่องต่อจากนั้นก็เล่าความยากลำบากในการเผชิญหน้ากันระหว่าง ผู้บริหารช่อง กับ โปรดิวเซอร์รายการ และแหล่งข่าวที่ต้องการ เล่าความจริง แต่ผู้บริหารช่องสั่งห้ามเพราะบริษัทผลิตบุหรี่เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของสถานี แต่ท้ายที่สุดแล้วพี่อัล ปาชิโน ก็ใช้ความสามารถในการนำเสนอเทปรายการที่ไม่ต้องเซนเซอร์เพื่อเอาใจผู้บริหารให้รายการได้บอกความจริงต่อสังคมแต่ก็ต้องแลกด้วยหน้าที่การงานเลยทีเดียว

อย่าเพิ่งค่ะ ! ฉากที่ประทับใจไม่ใช่เรื่องของ โลเวลล์ เบิร์กแมน แต่เป็นฉากที่ ไมค์ วอลเลซ พิธีกรของ 60 Minutes ซึ่งรับบทโดย  คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ต่อปากกับผู้บริหารฝ่ายกฎหมายของสถานี หลังไม่พอใจที่รายการที่ตนเองทำถูกตัดต่อใหม่ไมค์ พูดกับฝ่ายกฎหมายที่ไร้มารยาทที่เรียกชื่อเขาสั้นๆว่า “ไมค์” ด้วยการหันกลับไปตอบโต้ด้วยประโยค

Mike? “Mike.” Try “Mr. Wallace”. We work in the same corporation doesn’t mean we work in the same profession. (เรียกผมว่า ไมค์เหรอเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะ ใช้ คุณวอลเลซเถอะและอย่าได้คิดว่าเราทำงานที่เดียวกันเราจะมีความเป็นมืออาชีพเท่ากันนะ) นั่นละค่ะคุณผู้ชมประโยคเดียวจบ

ที่เล่าให้ฟังถึงฉากนี้ เพราะอยากฝากถึงทุกท่านที่กำลังเจอ หรือ ใกล้จะเจอ “ลมเปลี่ยนทิศ” ขอให้มีกำลังใจทำงานเพื่องานกันต่อไปค่ะ ผลงานเท่านั้นที่จะเป็นตัวชี้วัดคุณค่าของคุณได้ ส่วนคนที่วิ่งกันฝุ่นตลบเพื่อให้ได้มีเก้าอี้ของตัวเอง ก็ไม่ต้องไปสนใจอะไรมาก คนพวกนี้อยู่ด้วยวิธีการแบบนี้ เขาก็ต้องทำแบบนี้ไปตลอดชีวิต เพราะต่อให้อยู่องค์กรเดียวกันก็ใช่ว่าจะมีความเป็นมืออาชีพเท่ากัน เหมือนที่ลุง ไมค์ วอลเลซ แกบอกนั่นแหละค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า