โมโตจีพีสนามช้างฯ ขี่ง่าย แต่ชนะยาก!

สุดสัปดาห์นี้ ใครที่เป็นแฟนฟุตบอลบอลคงตั้งตารอบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกคืนวันอาทิตย์ ลิเวอร์พูล ปะทะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ต์คงจะตั้งตาราคอย “เรซประวัติศาสตร์” ครั้งแรกของโมโตจีพีในประเทศไทย ที่สนามช้างฯ จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่าง 5-7 ตุลาคมนี้

จากที่ผมได้พูดคุยกับบรรดานักแข่งไทยด้วยกัน รวมถึงบทสัมภาษณ์ของนักแข่งระดับโลก ที่มีโอกาสได้มาทดสอบสนามที่ประเทศไทยในช่วงวินเตอร์เทสต์ต้นปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทุกคนพูดตรงกัน คือ รูปแบบของแทร็กที่บุรีรัมย์ เป็นแทร็กที่ขี่สนุก ขี่ง่าย และไม่ซับซ้อน

ทว่าคิดดูสิครับ เมื่อทุกคนบอกว่าขี่ง่าย อ้าว! แล้วใครจะชนะ นั่นแหละมันเลยกลายเป็นความยาก ที่จะทำอย่างไรให้สามารถขี่ทำเวลาต่อรอบให้เร็วที่สุด เพราะในเมื่อนักแข่งทุกคนออกปากเองว่า เป็นแทร็กที่ปรับตัวได้ง่ายมาก ที่นี้ก็อยู่ที่ปัจจัยทั้งตัวนักแข่งเองที่จะไม่สร้างความผิดดพลาด รวมถึงสมรรถนะของรถและยาง

ซานติ เฮอร์นานเดซ หัวหน้าทีมช่าง ที่ดูและการเช็ตอัพและวางแผนการเตรียมรถของทีมเรปโซลฮอนด้า มองว่าคาแรคเตอร์ของสนามช้างฯ  ในเซ็คเตอร์แรกคล้ายกับเรดบูลล์ ริง (เอ วัน ริง ในชื่อเดิม) ที่ออสเตรีย คือ เป็นทางตรงยาวหน้าแกรนด์สแตน และต้องเบรกหนักเพื่อเข้าโค้ง และบิดคันเร่งต่อในทางตรงยาวอีกร่วม 1 กิโลเมตร เพื่อเบรกหนักที่แฮร์พินโค้ง 3

จุดที่โค้ง 3 นี่เอง มองผิวเผินอาจมองเป็นโค้งยูเทิร์นธรรมดา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นโค้งที่ก่อนเข้า จะมีไลน์ให้เลือกมากมาย แต่เมื่อเข้าไปแล้ว จังหวะที่จะบิดคันเร่งออกจากโค้ง จากกว้างกลายเป็นแคบ เพราะมันคือรูปแบบของแทร็กถูกออกแบบมา เพื่อความท้าทายของนักแข่ง โดยเฉพาะจักรยานยนต์

ซึ่งอย่างที่บอกไปครับ มันดูเหมือนง่าย แต่เอาเข้าจริง การที่ต้องใช้เบรกหนักในทุก ๆ รอบ คุณพลาดนิดเดียว หมายถึงล้ม หรือเสียเวลาไปหลายวินาทีแน่นอน นอกจากนี้ผลจากการเทสต์ในช่วงต้นปีที่นี่ ฮอนด้าอาจจะเร็วที่สุดก็จริง แต่อย่าลืมว่า นั่นเป็นช่วงเวลาหน้าหนาว

สภาพอากาศที่ร้อนในสุดสัปดาห์นี้ จะมีผลต่อการเซ็ตอัพรถและยางแน่นอน ฉะนั้น จะประมาทดูคาติ ราชาทางตรงไม่ได้เป็นอันขาด ส่วนใครจะเป็นแชมป์โมโตจีพีคนแรกของสนามช้างฯ วันอาทิตย์นี้คงได้ทราบกัน  ส่วนในรุ่นรองอย่าง โมโตทู อย่าลืมเอาใจช่วย “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ที่ได้สิทธิ์ลงแข่งร่วมกับทีม SAG ถ้าจบท็อป 20 ได้ ผมถือว่าทะลุเป้า

ปิดท้ายที่รุ่นเล็ก “โมโตทรี” นี่คือรุ่นที่คนไทยได้ลุ้นโพเดียมมากที่สุด เพราะ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดที่พา มาร์ก มาร์เกซ ไปกินข้าวหมูแดง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา  และ 2 นักแข่งไวด์การ์ดของไทยทั้ง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ถือว่าผลงานไม่ธรรมดาในสนามแห่งนี้

งานนี้ โมโตทรี เรามีลุ้นแน่นอนครับ