“ดูแลตัวเอง”

นานๆจะได้มีโอกาสนั่งเสวนากับผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจ ผู้ประกอบการ พูดกันถึงเศรษฐกิจบ้านเราในช่วงนี้ที่คุยกันแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว

น่าประหลาดใจตรงที่ว่าทำไมตัวเลขต่างๆออกมาในระดับประเทศนั้นดีหมด ทั้ง GDP, ยอดส่งออก การท่องเที่ยว เงินเฟ้อไม่มี เงินฝืดไม่มา แต่ไฉนตลาดระดับกลางกับระดับล่างถึงได้ซบเซา คนยังไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจไม่เฟื่องฟู

คาดกันไปว่าอาจจะด้วยยังไม่มีการเลือกตั้ง หรือสภาพการผูกขาดของไทยที่ชะตาชีวิตขึ้นอยู่กับเจ้าใหญ่ๆเพียงไม่กี่ราย พอ “เจ้าสัว” เหล่านั้นสั่งชะลอทุกอย่างเลยอืดไปหมด จะรอเงินจากภาครัฐก็เนิ่นช้าแถมผูกอยู่กับไม่กี่เจ้าอีก ตอนนี้ประชาชนตาดำๆอย่างเราได้แต่นั่งทำตาปริบๆ บางคนเพรียกหาถึงความอุดมสมบูรณ์เหมือนตอนประชาธิปไตยยังเบ่งบานเสียด้วยซ้ำ

ที่น่ากลัวเหมือนกันคือตลอดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียม ซึ่งเริ่มมีข่าวออกมาว่ายอดขายเริ่มอืดแล้ว จริงๆระยะหลังก็เป็นแรงซื้อจากคนต่างชาติทั้งนั้น เพราะเราไปออกกฎหมายเอื้อให้เขาไปหมด ราวกับไม่มีปัญญาจะหาเงินทางอื่นหรืออย่างไร

ต่อไปความแออัดหรือระดับราคาจะพุ่งไปขนาดไหน คนไทยเราจะหาที่อยู่ได้ยากเท่าใดในอนาคต เป็นเรื่องที่สุดแท้แต่โชคชะตา

ตอนท้ายผู้ใหญ่ท่านนั้นได้ให้คำแนะนำเด็กวัยรุ่นตอนปลายอย่างผม เหมือนเป็นคาถาสั้นๆว่า ตอนนี้ทุกคนต้อง “ดูแลตัวเอง” นะ

คำว่า “ดูแลตัวเอง” นั้นฟังแล้วตีความตามอารมณ์ไปได้หลายนัย จะเป็นความ “ห่วงใย” จะเป็นคำสอนให้พึ่งตัวเอง อย่าหวังพึ่งคนอื่น หรือสอนถึงความไม่แน่นอนของโลกปัจจุบัน

แต่สุดท้ายผมมองว่ามันคือ “ยาขม” ที่เราจะต้องยอมรับและคิดให้ได้ แถมยังอยากจะฝากความห่วงใยนี้ไปให้ท่านผู้อ่านทุกคนด้วย

ระยะนี้ใครมีงานต้องรักษาและหน้าที่ของตัวเองไว้ให้ดี ทำงานให้หนักขึ้น ใครมีเงินก็ต้องดูแลรักษาให้ดี อย่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

รออีกไม่นานแต่ถึงนานก็จะรอ ต่ำสุดมาถึงแล้วมันย่อมจะต้องกลับมาสูงได้อีกครั้งตามหลักธรรมชาติ ขอเพียงพวกเราอึดๆกันเข้าไว้หน่อยแล้วจะผ่านพ้นไปได้เชื่อเถอะ.