เราอยู่ในยุคข้าวมันไก่อร่อยหากินยาก

ถ้าย้อนกลับไปสัก 20 ปีก่อนถ้าลองได้ล้อมวงกันกินข้าวมันไก่ แล้วตักคำแรกเข้าปากจะต้องมีใครสักคนในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า มีข้าวมันไก่เจ้าอื่นอร่อยกว่าเจ้าที่กินอยู่ตรงหน้านี้เสียอีก  แต่ในยุคนี้ ดูเหมือนคนจะคิดว่า ข้าวมันไก่ก็คือข้าวมันไก่ เจ้าไหนก็เหมือนกันถึงขนาดที่บางคนบอกว่าข้าวมันไก่ในร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องเอามาเข้าไมโครเวฟเป็นข้าวมันไก่ที่มีรสชาติอร่อยไปแล้ว

ถึงบรรทัดนี้ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผู้เขียนไม่ใช่นักชิมแต่เป็นคนชอบกินของอร่อยมากกว่า เคยคุยผ่านโลกทวิตเตอร์ กับ @beelamsing ไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่า “เมื่อก่อนนี้ข้าวมันไก่เจ้าไหน จิ้มไปเถอะอร่อยทั้งนั้น” แต่ปัจจุบันด้วยสภาพสังคมที่เร่งรีบขึ้นร้านข้าวมันไก่ก็มีจำนวนมากขึ้น

แต่กลายเป็นว่า ข้าวมันไก่ยุคนี้แทนที่ข้าวมันเป็นเม็ดสวย แขวนไก่ฉ่ำๆหน้าร้าน ห่อด้วยกระดาษ พร้อมกับน้ำจิ้มที่แต่ละร้านจะมีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์  กลายเป็นร้านข้าวมันไก่ที่รสชาติเหมือนกันหมด มาพร้อมกับข้าวมันแฉะๆ ใช้ไก่ปลอมแขวนแทนไก่จริง  และที่สะเทือนใจที่สุดคือตบไก่ด้วยปังตอก่อนจะสับไก่ ไม่นับรวมใช้กล่องโฟมแทนห่อกระดาษที่ทำให้แฟนข้าวมันไก่อย่างผู้เขียนรู้สึกว่าการกินข้าวมันไก่จากกล่องโฟมนั้นขาดรสชาติอย่างที่เคยเป็นไปมากเลยทีเดียว

ร้านข้าวมันไก่ที่ผู้เขียนเป็นแฟนประจำมีอยู่สองสามร้าน แต่มีอยู่เจ้าหนึ่ง อยู่บนถนนราชวัตรที่มีทั้งข้าวมันไก่และ ก๋วยเตี๋ยวไก่ ร้านนี้จะมีกระดาษติดไว้ข้างๆหม้อก๋วยเตี๋ยวว่า “ร้านเราขายก๋วยเตี๋ยว น้ำซุปต้องร้อนตลอดเวลา” เป็นข้อความที่อ่านแล้วคนกินอย่างเรารู้สึกสบายใจว่าอย่างน้อยคนทำอาหารร้านนี้ก็ให้ความสำคัญกับอาหารที่ทำไม่ได้สักแต่ทำหรือเปิดร้านมาขาย โดยอาศัยชื่อเสียงเก่าๆเพียงอย่างเดียว

อันที่จริงแล้วการขายอาหารนั้นเรียกได้ว่าเป็นการทำการค้าปราบเซียน เพราะนอกจากจะต้องใช้ความอดทน และ ความใส่ใจแล้ว ยังต้องมีจรรยาบรรณในการปรุงอาหารให้มีรสชาติอร่อยอย่างที่ควรจะเป็นด้วยวัตถุดิบที่ดี และไม่ทำร้ายคนกิน

ผู้เขียนเองเติบโตมากับแม่ที่เป็นแม่ค้าขายอาหาร ประโยคหนึ่งที่แม่พูดและยังจำมาจนถึงทุกวันนี้คือ “ทำอาหารขาย ให้เหมือนกับทำให้คนในครอบครัวกิน” เป็นประโยคง่ายๆแต่มีความหมายเพราะถ้าคุณทำอาหารด้วยวัตถุดิบที่ดีเหมือนกับที่ทำให้คนในครอบครัวกิน รสชาติของอาหารก็จะดีตาม และ ไม่ทำร้ายคนที่กิน แต่ถ้าเมื่อใดคุณลดคุณภาพของวัตถุดิบเพื่อเพิ่มปริมาณการจำหน่าย เมื่อนั้นรสชาติอาหารของคุณก็เปลี่ยนไป แม้ลูกค้าของคุณจะไม่รู้ หรือ ไม่พูดแต่คุณในฐานะคนขายรู้ดี

วิธีคิดในการทำการค้าแบบเน้นปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราเลยได้เห็นข้าวมันไก่ ที่ข้าวแฉะ หรือ ข้าวไม่ร้อน น้ำซุปที่ชิมคำแรกก็รู้เลยว่าใช้ซุปผง หรือ ราดหน้าที่ใส่ดอกกระหล่ำ ใส่แครอท แทนผักคะน้า หรือ ผัดกระเพรา ที่มีข้าวโพดอ่อน มีแครอท มีถั่วฝักยาวแต่ไม่มีใบกระเพรา ตัวอย่างแบบนี้ก็เหมือนเราได้เห็นความเสื่อมของการทำการค้าที่คิดถึงแต่ผลกำไร แต่เพียงอย่างเดียว

มีอยู่ประโยคหนึ่งเวลามี รุ่นน้อง มาบอกว่ากำลังจะเปิดบริษัท หรือ คิดทำธุรกิจเป็นของตนเองผู้เขียนจะบอกพวกเขาว่า “อย่าทำเพราะอยากรวย เพราะเราจะไม่รวย” ที่พูดเช่นนั้นเพราะความอยากรวยจะทำให้เราสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อแลกกับเงินโดยไม่สนใจว่ามันผิดหรือถูก เหนืออื่นใดเงินจำนวนมากแค่ไหนก็ไม่เคยทำให้คนที่อยากรวยรู้สึกว่าพอได้เลย

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์ค่ะ