ดูบอลแต่เมื่อยมือ

ปกติแล้วเวลาเราพูดคำว่า “ดูบอล” ทุกคนย่อมคิดถึงการนั่งบนโซฟานุ่ม ๆ และรับชมผ่านทางจอโทรทัศน์ ที่ทุกวันนี้แต่ละบ้านจะมีจอใหญ่ระดับ 40-50 นิ้ว เป็นอย่างน้อย

แต่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา การดูบอลของผมเป็นไปแบบทุลักทุเล เพราะเป็นครั้งแรกที่ในบ้านเรามีการถ่ายทอดสดฟุตบอล (แบบถูกลิขสิทธิ์) ผ่านทางระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 ผ่านทางเว็บไซต์โกล ดอท คอม

หลายคนอาจจะเถียงว่า ที่ผ่านมา ทรูวิชันส์ ก็มีแอปพลิเคชั่น True Anywhere มาจนถึง TureID รวมถึง บีอินสปอร์ตก็มีแอป beIN SPORTS CONNECT เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดฟุตบอลผ่านทางออนไลน์อยู่แล้ว แต่สำหรับผมที่ผ่านมา ผมใช้แอปพวกนี้เป็นแค่ส่วนประกอบในการหาข้อมูลย้อนหลังนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น ไม่เคยดูบอลสดผ่านแอปอย่างจริงจัง

หรือกระทั่งแอปพลิเคชั่นโมโตจีพี ที่ผมซื้อพาสเอาไว้ เอาเข้าจริงก็ไม่สามารถเบิ่งลูกตาทนดูได้จนจบการแข่งขัน และรู้ซึ้งว่า การดูกีฬาไม่ว่าจะชนิดไหน มันต้องดูทางทีวีเท่านั้น

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยครับ ที่ต้องดูบอลผ่านมือถือตลอด 90 นาที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครที่มีแอปเปิลทีวี มันสามารถต่อเชื่อมต่อขึ้นจอใหญ่ได้หรือไม่นะครับ เพราะในอดีต True Anywhere บล็อกไม่ให้นำภาพจากมือถือขึ้นจอทีวี

การดูบอลผ่านมือถือของผม ถ้าตัดเรื่องเมื่อยมือที่ต้องคอยถือโทรศัพท์เอาไว้ตลอดเวลาแล้ว เรื่องอื่นผมโอเคนะครับ ทั้งสัญญาณภาพที่ออกมาดูดีกว่าที่คิด รวมถึงเสียงซาวด์สนามที่ถูกจัดมาให้ดังกว่าเสียงผู้บรรยายภาษาอังกฤษ (อันนี้ความชอบส่วนตัว ได้อารมณ์ดี)

ส่วนประเด็นเรื่องของการดีเลย์ ที่คนในโลกออนไลน์บ่นถึงนั้น สำหรับผมไม่มีปัญหาครับ เพราะเมื่อเรารู้ว่า เราเลือกที่จะดูบอลทางช่องทางนี้ แน่นอนระบบสตรีมมิ่งยังไงมันก็ดีเลย์อยู่แล้ว ฉะนั้นควรที่จะตัดการติดต่อ หรือปิดแอปไลฟ์สกอร์แจ้งเตือนไปได้เลย ไม่อย่างนั้นคงจะเซ็งพิลึก เมื่อไลฟ์สกอร์เด้งมาแล้ว แต่ภาพตามหลังมาราว ๆ 1 นาที

ทว่าที่เจ็บใจที่สุดคือ อุตส่าห์เมื่อยมือ ถือโทรศัพท์ตลอด 90 นาที และอดนอนดูทีมรักอย่าง “สเปอร์ส” ที่บุกไปเยือน “อินเตอร์ มิลาน” แต่ผลคือ สเปอร์สแพ้ และเป็นการแพ้ 3 นัดติด รวมทุกรายการ เลยทำให้ประสบการณ์ดูบอลผ่านมือถือครั้งแรกในชีวิตของผมจืดสนิด

สุดท้าย ผมเองก็ยังงงเหมือนกันว่า เราเข้ามาอยู่ในยุคที่ต้องดูบอลผ่านเน็ตแล้วเหรอเนี่ย ใช่ ! มันเกิดขึ้นแล้วครับ