ความเหงาของเมืองใหญ่ที่ทำให้กรุงเทพฯ น่ารัก

มหานครนิวยอร์ก นั้นคือ เมืองที่จะพาคุณจมดิ่งลงไปในเมือง ไม่มีใครสนใจใคร ต่างคนต่างอยู่ คนที่อยู่รอบข้างไม่ได้มีตัวตนสำหรับใคร เมื่อเป็นเช่นนั้นคนในเมืองนิวยอร์ก ต่างรู้สึกเปลี่ยวเหงา และในความเปลี่ยวเหงานั้นเมื่อมีปัญหาทุกข์ใจ วิธีการระบายของพวกเขาจึงไม่เหมือนใคร

อาจจะเป็นเรื่องเก่าที่หลายคนรู้กันอยู่แล้วว่า “นิวยอร์ก” เป็นเมืองที่จัดให้มีพื้นที่สำหรับร้องไห้ในที่สาธารณะได้ ถึงขนาดที่แผนที่ระบุจุดที่คุณสามารถไปยืนร้องไห้ เพื่อปลดปล่อยความทุกข์ในใจ โดยไม่มีใครเข้ามายุ่งกับคุณ ไม่มีใครหันมามอง หรือสนใจว่าคุณกำลังเสียใจเรื่องอะไร

อ่านแล้วหลายคนอาจจะรู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมต้องไปเที่ยวร้องไห้ในที่สาธารณะด้วย ทำไมไม่ทำในที่ที่ไม่มีคนเห็น คำตอบ คือ การร้องไห้ในที่สาธารณะ ทำให้รู้สึกได้ปลดปล่อยความทุกข์ออกไปมากกว่า การนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องพักแคบ ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนความทุกข์ มันวนเวียนอยู่รอบตัว ส่วนการไปร้องไห้ในที่สาธารณะ เมื่อร้องออกไปแล้ว ความทุกข์ในใจเหมือนได้ปลดปล่อยออกไปให้คนรอบข้างได้รับรู้ แม้จะไม่มีใครสนใจ แต่ก็ทำให้ความเศร้าลดลงได้

และสถานที่ล่าสุดที่คนในนิวยอร์ก นิยมไปนั่งร้องไห้ในที่สาธารณะกัน คือ ร้านกาแฟดังอย่างสตาร์บัคส์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้อ่านได้มีโอกาสอ่านประสบการณ์ร้องไห้ในสตาร์บัคส์ของหญิงสาวคนหนึ่งผ่านทางเว็บไซต์ Eater.com

เธอเล่าว่า กำลังอยู่ในช่วงที่ปัญหารอบตัวกำลังรุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นเพื่อนเจ้าสาว ที่แต่ละคนมีความต้องการที่ไม่ลงตัว ขณะเดียวกันเธอเองกำลังเริ่มต้นธุรกิจ และรู้สึกว่าทุกอย่างรอบข้างกำลังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เธอรู้สึกกดดันเหลือเกิน และเธอก็ตัดสินใจที่จะไปร้องไห้ในร้านสตาร์บัคส์ เพื่อคลายความเครียด

ในบทความดังกล่าวนั้นระบุว่า “สตาร์บัคส์” กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมในการปลดเปลื้องความทุกข์ด้วยน้ำตาของเหล่านิวยอร์กเกอร์ และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อเข้าไปนั่งร้องไห้ข้าง ๆ ชายสูงอายุที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์  เธอบรรยายว่า ไม่มีใครรู้สึกแตกตื่นกับการร้องไห้ของเธอ ทุกคนทำตัวเป็นปกติ และเมื่อเธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกกดดัน ออกมาจนหมดแล้ว เธอก็รู้สึกดีขึ้น และชายสูงวัย ก็ยังคงอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป

อ่านเรื่องนี้จนจบแล้ว รู้สึกได้ถึงความเหงาในเมืองใหญ่อย่างบอกไม่ถูก อย่างที่บอกไปในข้างต้น นิวยอร์ก เป็นเมืองใหญ่ที่ต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่มีใครสนใจใคร เมื่อมีวันที่แย่ ๆ ก็ต้องหาทางออกด้วยตนเอง การได้แสดงความเศร้าของตนเองให้คนอื่นเห็น ก็เลยกลายเป็นทางออกสำหรับนิวยอร์กเกอร์

มองกลับมาที่ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ยังรู้สึกว่าเรายังโชคดีนัก แม้ต้องใช้ชีวิตสังคมในเมืองใหญ่ที่ต่างคนต่างอยู่ แต่ความเหงาของเราก็ยังไม่มากเท่าเมืองใหญ่ เมืองอื่นบนโลกใบนี้ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกเบื่อรถติด ความวุ่นวายของผู้คน  ความไร้ระเบียบ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ความเป็นคนไทยที่เห็นใครกำลังเศร้า หรือทุกข์ร้อน หลายคนพร้อมที่จะเข้าไปปลอบใจ หรือให้กำลังใจแม้ว่าจะไม่รู้จักกัน

“น้ำใจ” ดังกล่าวได้กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกได้ว่าเมืองใหญ่เมืองนี้ ยังคงโอบกอดคนที่อาศัยอยู่ ไม่ผลักไสให้ออกมาร้องไห้ในที่สาธารณะเหมือนอย่างเมืองอื่น และทำให้คนเขียนนั้นรู้สึกว่า กรุงเทพฯ ยังคงน่ารักอยู่ค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า