เมื่อเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสุข

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีข่าวการย้ายทีมแบบเล็กๆข่าวหนึ่ง แต่คำพูดของนักเตะที่ย้ายทีมกลับทำให้เราได้เห็นถึงวิธีการมองชีวิตของเขาได้อย่างชัดเจน นักฟุตบอลคนนั้นชื่อ ฟาบิโอ โคเอนเทรา นักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ที่แจ้งเกิดกับเบนฟิก้า ก่อนจะมาเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด ในปี 2011

แน่นอนว่า โคเอนเทรา ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในสนามการแข่งขันไม่น้อยภายใต้เสื้อของราชันย์ชุดขาว แต่ด้วยความที่เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่รวมดารานักเตะทำให้พื้นที่ที่จะได้ลงเป็นตัวจริงของ โคเอนเทรา มีโอกาสไม่มากนัก จนกระทั่งสปอร์ตติ้ง ลิสบอน  ทำเรื่องของยืมตัว โคเอนเทรา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แน่นอนว่า โคเอนเทราไม่ทำให้ สปอร์ตติ้ง ผิดหวัง เขาทุ่มเทให้กับทีมอย่างหนัก พร้อมกับความหวังลึกๆว่า จากการยืมตัวจะกลายเป็นการซื้อตัวเขาจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ สปอร์ตติ้งอย่างถาวร

แต่ความจริงกับความหวังดูจะสวนทาง โคเอนเทรา ให้สัมภาษณ์ว่าเขารอให้สปอร์ตติ้ง ติดต่อมายัง เรอัล มาดริด จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ทุกอย่างก็เงียบ ถึงเวลานั้นเขาเริ่มคิดถึงอนาคตของตนเอง ในวัย 30 ปี กับสัญญาที่เหลืออยู่กับ เรอัล มาดริด

การตัดสินใจของ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ไม่ใช่สิ่งปกติที่นักฟุตบอลอาชีพจะทำกันกับการฉีกสัญญากับเรอัล มาดริด และ การฉีกสัญญาที่เหลืออีกหนึ่งปีนั้นมีมูลค่าที่ต้องจ่าย แต่ โคเอนเทรา ยอมทำเพื่อที่จะให้ตนเองเป็นอิสระ และ ได้ไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดที่โปรตุเกสอย่าง ริโอ อาฟ ทีมที่ทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

ในคำสัมภาษณ์ของ ฟาบิโอ โคเอนเทรา นั้นเขาพูดถึงการย้ายทีมของตนเองจากเรอัล มาดริด มายัง ริโอ อาฟ แบบไม่มีค่าตัวว่า

       “เมื่อสปอร์ตติ้ง ไม่ติดต่อมาตอนนั้นผมคิดไว้แล้วว่าสิ่งสำคัญในชีวิตตอนนี้คือการทำให้ตนเองมีความสุข แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยเงินจำนวนมาก เพื่อที่จะได้เล่นฟุตบอลจริงๆที่ ริโอ อาฟ สโมสรที่พร้อมจะช่วยเหลือและให้ความสนับสนุนผมด้วยความจริงใจ  การมีเงินเยอะไม่ได้หมายความว่าเราจะมีความสุขได้ และถ้าจะว่ากันไปแล้วผมเองก็ไม่ได้เกิดมาร่ำรวยอะไร ถ้าต้องกลับไปยากจนเหมือนเก่าผมก็ไม่มีปัญหา และ ผมไม่ได้สนใจด้วยว่าจะต้องตายเพราะความจน” 

คำพูดของ โครเอนเทรา นั้นไม่ได้หมายความเขาไม่ยี่หระ ต่อการหาเลี้ยงชีพในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ เพราะแม้จะไปอยู่กับ ริโอ อาฟ แบบไม่มีค่าตัว แต่โครเอนเทรา ยังคงได้รับค่าเหนื่อย แม้จะไม่มากเหมือนเมื่อครั้งอยู่ เรอัล มาดริด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาดำเนินชีวิตอยู่ได้ และได้เล่นฟุตบอลที่เขารัก ไม่ต้องให้สัมภาษณ์ด้วยความน้อยใจเหมือนเมื่อครั้งอยู่กับ เรอัล มาดริด ว่า “แทบจะลืมไปแล้วว่าเล่นฟุตบอลเป็นอย่างไร”

เรื่องราวของนักกีฬานั้นสะท้อนชีวิตที่แท้จริงของโลกใบนี้นะคะ เรื่องราวของ โครเอนเทรา อาจกระทบใจใครหลายคนที่เลือกความสบายใจมากกว่าเงินทอง ผู้เขียนเองก็นึกถึงเพื่อนในวงการกีฬาคนหนึ่งที่เลือกจะเดินในทางที่ตนเองสบายใจเพื่อที่จะได้ทำงานที่รักต่อแม้ว่าค่าตอบแทนจะน้อยลงแต่เขาก็สามารถยิ้มได้เต็มยิ้มและมองหน้าตัวเองในกระจกได้ทุกวัน

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ