สถานีต่อไปของ “อลอนโซ่”

ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลฯ 22 ครั้ง คว้าชัยชนะ 32 กรังด์ปรีซ์ ยืนโพเดียม 97 ครั้ง รองแชมป์โลก 3 สมัย และเป็นแชมป์โลก 2 สมัย ความสำเร็จเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้ เฟร์นานโด อลอนโซ่ นักขับจอมเก๋าจากแม็คลาเรน เตรียมอำลาแทร็กรถสูตรหนึ่งพร้อมกับคำว่า “ตำนาน” ได้แบบเต็มปาก

การประกาศอำลาสนามเอฟวันของ อลอนโซ่ หลังจบฤดูกาลนี้ ถือว่าสร้างความฮือฮาให้กับวงการความเร็วพอสมควร รวมถึงวงการกีฬาทั่วโลกที่ต้องเปิดพื้นที่ให้ข่าวนี้ เป็นข่าวหน้าหนึ่ง อย่างไรก็ดี สำหรับผมแล้วไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรมากนัก และมองว่า ด้วยวัย 37 ปี อดีตแชมป์โลกชาวสเปนคงจะอิ่มตัวกับการนั่งในค็อกพิทรถเอฟวันแล้ว

พูดถึง อลอนโซ่ เขาคือหนึ่งในนักขับที่ผมชื่นชอบ เพราะหากจะหาคนที่สามารถโค่น ไมเคิล ชูมัคเกอร์ ในยุครุ่งเรืองกับเฟอร์รารี่ ก็มีเขาคนนี้ คนเดียวเท่านั้นครับ ผมยังจำได้แม่นกับเป้าหมายของเด็กหนุ่ม วัย 24 ปี สังกัดทีมเรโนลต์ ที่ประกาศกร้าวในปี 2005 ว่า ต้องการเอาชนะ ชูมัคเกอร์ ให้ได้ในช่วงที่ “ชูมี่” ยังอยู่ในจุดสูงสุด และเด็กหนุ่มคนนี้ก็ทำได้ถึง 2 ปีติดต่อกัน ด้วยการเป็นแชมป์โลกกับเรโนลต์

ในยุคนั้น ผมคนหนึ่งที่เชียร์มวยรอง หลังชูมี่และเฟอร์รารี่ผูกขาดแชมป์โลกมา 5 ปีติดต่อกัน และอลอนโซ่ก็ทำได้ โดยเฉพาะความสามารถในการออกสตาร์ท หมอนี่ออกสตาร์ทได้ดีมาก ๆ หรือจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับการออกสตาร์ทของในโมโตจีพีของ ดานี่ เปโดรซ่า สมัยรุ่ง ๆ ที่ขยับได้หลายอันดับหลังผ่านโค้งแรก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกที่ตัวเลขการคว้าแชมป์ของเขามากกว่าจำนวนครั้งที่ได้ตำแหน่งโพล

ด้วยความสามารถและฝีมือของเขา จริง ๆ แล้วควรที่จะได้แชมป์โลกเอฟวันมากกว่านี้ เพราะหลังจากคว้าแชมป์โลกกับเรโนลต์ 2 สมัย เขามีโอกาสได้ร่วมทีมใหญ่ ทั้งแม็คลาเรน และเฟอร์รารี่ ทว่าสุดท้ายทำได้แค่รองแชมป์โลก 3 ครั้งกับเฟอร์รารี่ ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเป็นช่วงจังหวะที่กติกาเอฟวันเปลี่ยน ทำให้เฟอร์รารี่ในยุคนั้นต้องเพลี่ยงพล้ำให้กับยุคทองของ เรดบูลล์ เรซซิ่ง และเซบาสเตียน เวทเทล

สถานีต่อไปของ อลอนโซ่ ตอนนี้สื่อทุกสำนักฟันธงว่า นักขับวัย 37 ปี จะยังคงอยู่บนเส้นทางแข่งรถเหมือนเดิมไม่ได้หายหน้าไปเลยแน่นอน โดยมีการแข่งขัน อินดี้ คาร์ ในสหรัฐอเมริกา พร้อมอ้าแขนรับอยู่แล้ว หลังจากไปชิมลางมาแล้ว 1 สนามในปี 2017 ที่ผ่านมา ประกอบกับทีมแม็คลาเรนเอง ก็มีโปรเจคสร้างทีมศึกรถล้อเปิดฝั่งอเมริกันในปี 2019 ด้วย

หาก “พี่โซ่” ไปแข่งอินดี้ คาร์ แบบเต็มตัว และสามารถคว้าแชมป์สนามสำคัญอย่าง อินเดียนาโพลิส 500 ได้ล่ะก็ จากที่เป็นตำนานเอฟวันอยู่แล้ว เขาจะกลายเป็นตำนานมอเตอร์สปอร์ตโลกทันที ในฐานะ “Triple Crown of Motorsport” ที่สามารถคว้าชัยชนะ 3 รายการแข่งรถยนต์ทางเรียบที่โหดที่สุดในโลกได้ ไล่ตั้งแต่ โมนาโก กรังกด์ปรีซ์ ในฝั่งเอฟวัน, เลอ มังส์ 24 ชั่วโมงในฝั่งเวิลด์เอนดูรานซ์ และอินเดียนาโพลิส 500 ซึ่งที่ผ่านมามีคนเดียวที่ทำได้คือ เกรแฮม ฮิลล์ ตำนานนักแข่งชาวอังกฤษ คุณพ่อของดาม่อน ฮิลล์ นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ถึงเวลาจริง ๆ แล้วจะเป็นไปอย่างที่คาดหรือไม่คงต้องลุ้นกันครับ เพราะไม่แน่ อลอนโซ่ อาจตามรอย เจนสัน บัตตัน มาแข่งขันในซูเปอร์จีที ของฝั่งญี่ปุ่นก็ได้ใครจะไปรู้ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น ปีหน้า แฟน ๆ ชาวไทยเตรียมไปของลายเซ็นต์กันได้เลยในการแข่งขันซูเปอร์จีที ที่บุรีรัมย์