101 แมนฯยูไนเต็ด (59): ทำไม “หงส์” กับ “ผี” ถึงต้องกัดกัน?

ภาพจากเกม “แดงเดือด” (ภาพจาก tonkit360.com)

เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะคิดว่าเรื่องที่แฟนทีม “ปีศาจแดง” และ “หงส์แดง” นั้นไม่ค่อยถูกกัน จะเกี่ยวแค่เรื่องฟุตบอล แต่ไม่ใช่เลยครับ เพราะมันต้องเท้าความกันยาวพอสมควร

สะพาน Millenium Bridge ที่เป็นทางผ่านของทางเดินเรือ Manchester Ship Canal (ภาพจาก wikimedia)

เอากันตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุสาหกรรมแล้วครับ ซึ่งนอกจากทีมฟุตบอลจะ “กัดกัน” ขนาดนี้ คนเมืองแมนเชสเตอร์ ก็มักจะไม่ค่อยชอบคนเมืองลิเวอร์พูล (แต่สมัยนี้ก็ปกติแล้วล่ะ) เพราะเรื่องที่ฝั่งแมนเชสเตอร์ ไปสร้างทางขนส่งของทางเรือ หรือ Manchester Ship Canal ขึ้นมา ซึ่งเหมือนเป็นการแย่งช่องทางการนำของต่างๆ ที่ปกติจะเข้าผ่านเมืองลิเวอร์พูล ก่อนจะส่งมาที่แมนเชสเตอร์ด้วยรถไฟในสมัยก่อน และทางเรือตรงนี้ก็ดันสร้างเสร็จในช่วงที่สองทีมฟุตบอลจากทั้งสองเมืองกำลังจะต้องมาแข่งกันพอดี

เรื่องรถไฟก็เจ๋งนะ เพราะรางรถไฟที่เชื่อมต่อทั้งสองเมือง (นี่คือรางรถไฟเจ้าปัญหาที่ทำให้ “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ยังไม่สามารถขยายคนดูได้ รางเดียวกัน) คือรางรถไฟที่เชื่อมเมืองรางแรกของโลกด้วย แมนเชสเตอร์และลิเวอร์พูลถึงขึ้นชื่อว่าเป็นสองเมืองแห่งยุคอุสาหกรรมครับ ก็เลยเชื่อกันว่า ความเกลียดชัง อิจฉาริศยา และการกระแนะกระแหนของคนทั้งสองเมือง เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ตรงนี้ก่อนครับ ก่อนจะมา “ลุกเป็นไฟ” ต่อในวงการฟุตบอล

แย่งความสำเร็จกันมานาน…

ถนน Sir Matt Busby Way ( ภาพจาก wikimedia)

ส่วนทีมฟุตบอลนั้น ก็ทะเลาะกันเพราะเมืองอยู่ใกล้ ซึ่งก็เป็นผลพลอยมาจากเรื่องการแย่งรายได้อุสาหกรรมนั่นแหละครับ  และรวมถึงว่าทั้งสองนั้นต่างประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ไล่ๆกัน ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ผู้จัดการทีมนามว่า “แม็ตต์ บัสบี้” นั่นเอง ซึ่งบัสบี้นั้น นอกจากจะเคยเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองแมนเชสเตอร์แล้ว เขายังเคยเป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูลด้วยนะ (คือแปลกตรงที่ว่า ถ้าเป็นสมัยนี้ บัสบี้คงโดนด่ายับเลย แต่สมัยก่อนกลับไม่ค่อยมีอะไรนะ)

นอกจากนั้น ในช่วงที่เริ่มมี ฮูลิแกนลูกหนัง ช่วงปี 70-80 แฟนลิเวอร์พูลบางส่วนก็เคยมองว่า “ผีแดง” นั้นได้รับความสนใจจากสื่อมากเกินไป ทั้งๆที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในช่วงนั้นจนแฟนหงส์ต่างอิจฉากัน เพราะพวกเขาประสบความสำเร็จแต่สื่อกลับไม่ค่อยสนใจ แต่ก็อย่างว่านะ…คนเราจะเอาทุกอย่างก็คงเป็นไปได้ยากแหละ

ภาพจากสนาม แอนฟิลด์​ (ภาพจาก tonkit360.com)

จนพอมาถึงยุคนี้ ที่ลิเวอร์พูลยังไม่ได้แชมป์ลีกมากว่า 27-28 ปี (แหม คือครั้งสุดท้ายที่หงส์แดงได้แชมป์เนี่ย ผมยังไม่เกิดเลยนะ) ก็ยังคงต้องแข่งกันตลอด และแฟนก็จะทะเลาะกันเดือดตลอด ล่อไปจนถึงนักเตะที่เคยมีกรณีเรื่องการเหยียดผิวของหลุยส์ ซัวเรสอีก บอกเลยว่าการรักษาความปลอดภัยในเกมที่ทั้งสองเจอกันนั้น แน่นมาก! คือต้องกันไว้ทุกทางครับ เพราะความเกลียดชังนี้ มันบานปลายจนกลายเป็นเรื่องหยาบคาย ล้อเลียนกันจนถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เช่นแฟนผีก็เคยจะร้องเพลงว่าแฟนลิเวอร์พูลว่า “Always The Victim, It’s Never Your Fault” ซึ่งเป็นการหาว่า เรื่องเหตุการณ์สนามถล่มที่ฮิลส์โบโร่นั้น (เรื่องนี้ก็ยาวอยู่ ต้องหาไปหาอ่านกันต่อนะครับ) เป็นความผิดของแฟนหงส์แดง แต่พวกเขากลับทำตัวเหมือนเป็นผู้เคราะห์ร้าย แต่ผมบอกเลยว่า ในฐานะแฟนผี เรื่องนี้ไม่จริงนะครับ เขาสรุปไปแล้วว่าตำรวจผิด (แต่แฟนหงส์ก็เคยร้องเพลงแซวเรื่องเครื่องบินของนักเตะผีแดงตกที่มิวนิคนะ อันนี้ก็ไม่น่ารักเหมือนกัน และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมคุณไม่ควรเรียก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า แมนฯยู (Man U) เพราะมันสามารถอ่านเพี้ยนเสียง จนแปลเป็นคำว่า Manure ซึ่งหมายถึงมูลสัตว์นั่นเอง)

สรุปก็คือ ที่มาของความเป็น “คู่แข่ง” หรือ “อริตลอดกาล” นั้นมาจากเรื่องผลประโยชน์ของเรื่องอุสาหกรรมที่ลามมาถึงฟุตบอล เรื่องความสำเร็จในวงการลูกหนังที่มาในยุคเดียวกัน และระยะทางของเมืองที่ใกล้กัน จนเหมือนเป็นการ “กลบรัศมี” นั่นเอง

ถ้าต้องเลือกระหว่าง “ซิตี้” กับ “หงส์”…

แฟนหงส์ที่มีทั้งโยนเก้าอี้ และจุดพลุในฝั่งอัฒจันทร์ทีมเยือน (ภาพจาก tonkit360.com)

ยังไงผมก็ต้องเลือก ซิตี้ครับ ด้วยสองเหตุผล คือพวกเขาเคยให้แมนฯยูยืมสนาม “เมน โร้ด” ใช้ในช่วงที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดเสียหายอย่างหนักเพราะโดนระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถึงกระนั้น ลิเวอร์พูลก็เป็นทีมหนึ่งที่เคยส่งนักเตะมาให้ผีแดงยืมใช้ในช่วงที่นักเตะส่วนใหญ่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่มิวนิค ถึงจะอย่างนั้น แต่ก็มีการแซวกันตลกๆว่า สงสัยแมนฯซิ จะคิดตังค์ค่าเช่าสนามแพงอยู่นะ แต่ก็เป็นการแซวกันเล่นๆ

คือส่วนตัวแล้วผมจะไม่ชอบ “หงส์แดง” มากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าทีมพวกเขานั้นเป็นศัตรูกันมานานกว่า แย่งชิงความสำเร็จกันมานาน รวมถึงว่าช่วงก่อนที่ “เงินอาหรับ” จะมากองอยู่หน้า “เอติฮัด สเตเดี้ยม” ซิตี้ก็มักจะคว้าน้ำเหลวเวลาเจอกับผีแดงเสมอ ความเป็นคู่แข่งเลยไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ (เหมือนกับเวสต์ แฮม กับ มิลวอลล์ นั่นแหละครับ)

เกมยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศระหว่างทั้งสองทีม (ภาพจาก tonkit360.com)

แต่สิ่งที่ยังคาอยู่ในใจผม คือเรื่องที่ “แฟนหงส์” นั้นเคยเข้ามาทำลายสนาม “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” และเกือบจะก่อจลาจลในสนามกับแฟนผีแดงในเกมยูโรปา ลีกนัดก่อนรองชนะเลิศที่เจอกัน มีทั้งพูดจาหยาบคาย (แต่ทุกคนก็ทำแบบนั้นแหละ อันนี้ยอมกันได้) รวมถึงการพังเกาอี้ (อันนี้ไม่ดี อย่าทำนะครับ สนามใคร ใครก็รัก) และโยนที่นั่งใส่แฟนผีแดงด้วย ซึ่งอันนี้ ในฐานะคนที่เคยต้องอยู่กับสนามทุกวัน เราก็เห็นสภาพสนามในแบบนั้น และก็ปวดใจตาม แต่แฟนหงส์ดีๆ ก็มีนะ แต่อย่างว่าแหละครับ เพราะเห็นมากับตา เราก็เลยมีความรู้สึกตาม เป็นภาพที่ไม่ค่อยดีนักหรอก เอาเถอะ ปล่อยๆไปละกันนะ ถ้าจะแข่งกันก็แข่งกันในสนามอย่างเดียวดีกว่า นอกสนามก็อย่ามาทะเลาะอะไรต่อมิอะไรเลย

“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง

ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ http://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ