เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียงของคนนับล้านที่โดดเดี่ยว

การตายของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำวง Linkin Park เป็นการจากไปของศิลปินที่มีความสำคัญมากที่สุดในใจของผม มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเสียใจอย่างแท้จริงกับการตายของศิลปินที่รู้จัก มันคงจะไม่ต่างกับประสบการณ์ของแฟนๆ ของ เคิร์ท โคเบน หรือ ฮิเดะ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมเคยแต่รับฟังแต่ก็ไม่ได้เข้าใจอย่างที่สุด เพราะสำหรับผม ผมรู้จักกับดนตรีของทั้ง Nirvana และ X Japan โดยที่รู้ชะตากรรมของเคิร์ทและฮิเดะแล้ว ผมจึงได้ฟังอัลบัมอย่าง In Utero ของ Nirvana โดยที่มีการตายของเคิร์ทอยู่ในใจ

แต่ในปัจจุบัน ผมมีความรู้สึกสองชุดจากช่วงก่อนและหลังการตายของเชสเตอร์ต่อเพลงของ Linkin Park และเพลงที่โดดเด่นที่สุดระหว่างความรู้สึกสองชุดนั้นคงต้องเป็นเพลง “The Messenger” จากอัลบัม A Thousand Suns (2007)

ตอนอัลบัม A Thousand Suns ออกมาใหม่ๆ ผมไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไร เพราะหลังจากการเปลี่ยนแนวเพลงอย่างน่าตื่นตกใจในอัลบัมก่อนหน้า A Thousand Suns ไม่ได้แสดงให้เห็นท่าทีของการเลี้ยวกลับเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอผมฟังไปจนถึงเพลงสุดท้ายของ A Thousand Suns ผมก็ได้พบกับเสียงกีตาร์โปร่งเบาๆ ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นเพลงฟังสบายๆ แต่เสียงร้องของเชสเตอร์กลับกรีดร้องคำพูดแต่ละคำออกมาด้วยความจริงใจที่ผมไม่เคยสัมผัสจากเขามาก่อน

เนื้อหาของเพลง “The Messenger” ก็ฟังดูไม่ได้ต่างจากเพลงอื่นๆ ในอัลบัมที่ค่อนข้างอิงประเด็นการเมืองและสิทธิ ณ ตอนนั้น “The Messenger” ก็ฟังดูเหมือนเป็นเพียงแค่เพลงแนวปลุกใจท้ายอัลบัม

เจ็ดปีต่อมา หลังจากการฆ่าตัวตายของ เชสเตอร์ ผมก็ได้กลับไปทบทวนเพลงของ Linkin Park อีกครั้ง และผมพบว่าเชสเตอร์ไม่เคยร้องเพลงที่พูดถึงการเอาชนะปัญหา ความกลัว หรือความรู้สึกท้อถอยของตัวเองเลย แม้แต่ในเพลงที่ฟังดูจะออกเชิงบวกอย่าง “Iridescent” เนื้อเพลงช่วงที่เขาอธิบายความทุกข์ก็ฟังดูจริงและชัดเจน แต่ท่อนที่บวกที่สุดกลับเพียงแค่บอกให้ผู้ฟัง “ปล่อยมันไป” ข้อสรุปนี้จึงทำให้ความรู้สึกที่ผมมีความรู้สึก “The Messenger” เปลี่ยนไป

ตอนนี้ผมเชื่อว่ามันเป็นเพลงที่เชสเตอร์ร้องให้ตัวเอง เนื้อเพลงนี้เป็นคำพูดที่เขาต้องการที่จะได้ยินมาโดยตลอด เป็นคำพูดที่เขาอยากได้รับจาก “ผู้ส่งสาส์น” สักคน แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าสลดใจที่สุดคือวิธีที่เชสเตอร์ร้องเพลงนี้ มันฟังดูเหมือนว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็แทบจะไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นแล้ว และเพื่อที่จะให้ตัวเองยังคงความศรัทธาในความรักและชีวิตต่อไปได้ เขาจึงต้องตะเบ็งเนื้อร้องทุกคำออกมาให้ดังที่สุด ถึงแม้ว่าเขากำลังจะหมดแรงแล้ว

สำหรับผมแล้ว ดนตรีของ Linkin Park เปรียบเสมือนเพื่อนเก่า เพื่อนเก่าที่ในวันหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เข้าใจความรู้สึกของผมมากที่สุด เพื่อนที่สามารถสื่อความรู้สึกที่ตัวผมเองก็ไม่สามารถที่จะอธิบายให้ใครฟังได้ และถึงเวลาจะผ่านไปสักกี่ปี แม้ว่าผมจะโตขึ้น เข้าใจ และผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแค่ไหนก็ตาม บางวันผมก็อยากที่จะมองกลับไปในอดีตและหวนรำลึกถึงวันเวลาเหล่านั้นที่ต้องเผชิญความทุกข์กับเพลงโปรดอย่าง Somewhere I Belong หรือ Papercut และระหว่างที่ฟังผมก็จะรู้สึกเหมือนได้พูดถึงเวลาที่เราเป็นทุกข์กับคนคนหนึ่งที่ผ่านมันมาด้วยกัน

และนั่นคือสิ่งที่ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด เพื่อนสนิทของผมไม่เคยได้มีโอกาสก้าวข้ามความทุกข์ของเขาเลย ถึงแม้ว่าเขาอยู่ข้างๆ เรามาตลอด ถึงเราจะฟังเขาอยู่เรื่อยๆ เราก็ไม่เคยได้สังเกตเลย

อย่าลืมดูแลเพื่อนของคุณนะครับ บางทีสิ่งที่เราไม่เห็นก็คือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“When you’ve suffered enough
And your spirit is breaking
You’re growing desperate from the fight”

เมื่อเธอได้ทรมานมามากพอแล้ว
และจิตใจของเธอกำลังแตกสลาย
เธอกำลังรู้สึกสิ้นหวังในการต่อสู้”

“Remember you’re loved
And you will always will be
This melody will bring you
Right back home”

จงจำไว้ว่ามีคนรักเธอ
และเขาจะรักเธอเสมอไป
บทเพลงนี้จะนำพาเธอ
กลับให้ถึงบ้าน

“The Messenger” – Linkin Park